องค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย
WMA News
อัพเดทล่าสุด

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 องค์การจัดการน้ำเสีย สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาฬสินธุ์ เข้าเก็บตัวอย่างน้ำของสวนสาธารณะกุดน้ำกิน เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อนำตัวอย่างน้ำมาตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติ สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาฬสินธุ์

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 องค์การจัดการน้ำเสีย สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาฬสินธุ์ เข้าเก็บตัวอย่างน้ำของสวนสาธารณะกุดน้ำกิน เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อนำตัวอย่างน้ำมาตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติ สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาฬสินธุ์

อ่านรายละเอียด

ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ได้เดินทางไปจังหวัดอุทัยธานี เพื่อร่วมประชุมหารือการจัดการคุณภาพน้ำแม่น้ำสะแกกรังในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น.นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ได้เดินทางไปจังหวัดอุทัยธานี เพื่อร่วมประชุมกับนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีโดยได้หารือการจัดการคุณภาพน้ำแม่น้ำสะแกกรังในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี ตามแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการน้ำเสียของ อจน. โดยมี รองปลัดเทศบาลเมืองอุทัยธานี(ผู้แทนนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี), ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 4 (นครสวรรค์), ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุทัยธานี และท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ร่วมประชุมด้วย พร้อมกับได้เดินทางไปสำรวจสถานที่ที่จะก่อสร้างศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ โดยในเบื้องต้นที่ประชุมมีความสนใจ การใช้พื้นที่ด้านบนของระบบบำบัดน้ำเสียเป็นสนามฟุตบอล

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย

นิพนธ์ เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้(18 ม.ค.64) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระบรมราชานุสรณ์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยวางพุ่มดอกไม้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และจุดธูปเทียนถวายราชสักการะ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในการนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในการวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย ซึ่งเป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็นวันยุทธหัตถี ทางราชการจึงได้จัดให้มีพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้นเป็นประจำทุกปี

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) สั่งการ อธิบดีปภ.ระดมรถผลิตน้ำดื่ม-รถประกอบอาหาร-เครื่องจักรปภ. เข้าพื้นที่ทันที ห่วงประชาชนใช้ชีวิตยากลำบาก พร้อมติดตามแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่เมื่อช่วงเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานีและจังหวัดสงขลา นั้น เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จนถึงขณะนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะยังมีบางจุดที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ และภาพรวมพี่น้องประชาชนยังใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องดูแลในสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เช่นอาหาร น้ำดื่ม ฯลฯ ที่มีความจำเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ได้สั่งการไปยังอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ให้เร่งดำเนินการจัดส่งรถผลิตน้ำดื่มพร้อมขวดบรรจุภัณฑ์ รถประกอบอาหาร(พร้อมรับประทาน) และเครื่องจักรกลของปภ. เช่น เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น ระดมลงพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน นายนิพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า “สถานการณ์ในขณะนี้ยังมีหลายพื้นที่ที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ ซึ่งเกิดจากฝนตกอย่างต่อเนื่องในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาและส่วนใหญ่เป็นฝนที่ตกบนเทือกเขาและตกเหนือเขื่อนทำให้ปริมาณมีมากอยู่เรื่อยๆและไหลเชี่ยวรุนแรง อย่างเขื่อนบางลาง ที่จ.ยะลานั้นทราบว่ามีการปิดการระบายแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้(11ม.ค.64)เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนอย่างอ.เมืองยะลา และพื้นที่ตามแนวแม่น้ำและจะไหลต่อไปยังจ.ปัตตานี ซึ่งคาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอีกในช่วงสัปดาห์นี้สถานการณ์ในพื้นที่ก็น่าจะคลี่คลายได้ในช่วงไม่เกินสัปดาห์หน้า แต่อย่างไรก็ตาม ต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ เช่นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารสำเร็จรูปและพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม ต้องมีการจัดสรรที่เพียงพอและทั่วถึงเพราะมีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบกว่า 57,000 ครัวเรือนรวมทั้งต้องดูแลสุขภาพอนามัย โรคที่มากับน้ำ และการแพร่ระบาดโควิดให้ครอบคลุมอีกด้วย” “โดยตนได้สั่งการให้นำรถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร ตลอดจน เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เร่งด่วนเพื่อลดความเดือดร้อนและเร่งการปฏิบัติงานเพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว”นายนิพนธ์กล่าว

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายปีใหม่64 เกิดเหตุรวม 3,333 ครั้ง บาดเจ็บรวม 3,326 คน เสียชีวิตรวม 392 ราย สูงกว่าปีก่อน 19 ราย

นิพนธ์ แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายปีใหม่64 เกิดเหตุรวม 3,333 ครั้ง บาดเจ็บรวม 3,326 คน เสียชีวิตรวม 392 ราย สูงกว่าปีก่อน 19 ราย จ.เชียงรายครองแชมป์ตายสูงสุด 18 ราย จ.เชียงใหม่แชมป์เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดเปิดสาเหตุหลักมาจากขับรถเร็ว 33.60% รองลงมาคือเมาแล้วขับ 33.06 และเกิดจากรถจยย.มากที่สุด เร่งแก้ไขสั่งจังหวัดที่เกิดเหตุถอดบทเรียนไม่ให้สูญเสียซ้ำ พร้อมขอบคุณจนท.ทุกฝ่าย ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อสร้างความสุขให้คนไทย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2564 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 4 มกราคม 2564 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 265 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 22 ราย ผู้บาดเจ็บ 271 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ลพบุรี (3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (13 คน) ขณะที่สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (29 ธ.ค.63 – 4 ม.ค. 64) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,333 ครั้ง (ลดลงจากปี 2563 ผู้บาดเจ็บรวม 3,326 คน ผู้เสียชีวิตรวม 392 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 19ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 7 จังหวัด ได้แก่ นครนายก นราธิวาส น่าน แม่ฮ่องสอน ระนอง อำนาจเจริญ และอุตรดิตถ์ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (115 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (117 คน) สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 33.60 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 33.06 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 59.33 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.09 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.54 รถปิคอัพ ร้อยละ 6.19 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.7 7 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.80 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 27.45 นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 เปรียบเทียบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับปี 2563 การเกิดอุบัติเหตุ ลดลง 88 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ ลดลง 173 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 19 ราย ทั้งนี้สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด และดื่มแล้วขับ รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ภายใต้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทุกระดับ ทั้งนี้ได้ให้จังหวัดถอดบทเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัคร ขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชนและหมู่บ้าน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง คือ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ตลอดจนปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะเป็นรากฐานในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในสังคมไทย ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นข้อมูลฐานเดียว ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตในปี 2562 มีจำนวน 17,176 ราย และในปี 2563 มีจำนวน 15,380 รายซึ่งเปรียบเทียบได้ว่าในปีนี้มีแนวโน้มอัตราการเสียชีวิตที่เริ่มลดลงและเริ่มลดลงต่อเนื่องเมื่อเริ่มนับตั้งแต่ปี 2559 ที่อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 22,000 ราย อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงการสรุปภาพรวมการเสียชีวิตให้ครบเป็นข้อมูลสามฐานอีกครั้ง “ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง ด้วยความทุ่มเท เสียสละ อดทน และเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนต่อไป”นายนิพนธ์กล่าว

อ่านรายละเอียด

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดการจัดงาน OTOP City 2020 ครั้งที่ 16

เมื่อ​วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดการจัดงาน OTOP City 2020 ครั้งที่ 16 ภายใต้แนวคิด “ของขวัญปีใหม่ ล้ำค่าถูกใจ รวมไว้ใน OTOP City 2020” โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเฝ้ารับเสด็จ

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นำผู้ว่าฯสงขลา-ปภ. รุดลงพื้นที่ประสบอุทกภัยจุดสะพานขาด เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ให้ปชช.กว่า 200 ครัวเรือน

นายนิพนธ์ บุญญามณี นำผู้ว่าฯสงขลา-ปภ. รุดลงพื้นที่ประสบอุทกภัยจุดสะพานขาด เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ให้ปชช.กว่า 200 ครัวเรือน เด็กนักเรียน สัญจรได้โดยเร็ว พร้อมประสานกรมทางหลวงชนบท จัดสรรงบประมาณสร้างสะพานเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางแก่พี่น้องประชาชน เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 63 เวลา 13.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายมาหะมะพีกรี ผอ.ศูนย์ปภ.เขต 12 สงขลา นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้า สำนักงาน ปภ. จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ในหมู่ที่ 6 ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการติดตั้งสะพานเบลี่ย์ ในการที่จะแก้ไขปัญหาในการสัญจรไปมาให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เป็นเบื้องต้น โดยมีกำลังพล อส.ชคต.ลำไพล เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารร้อย ร.2533 และประชาชนในพื้นที่ร่วมสำรวจ ณ บ้านควนเจดีย์ หมู่ที่ 6 อำเภอเทพา นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า”เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกในพื้นที่อำเภอเทพาค่อนข้างมาก ทำให้สะพานที่สร้างมาหลายปีในหมู่บ้านควนเจดีย์ เมื่อโดนกระแสน้ำพัดแรง ก็ทำให้สะพานเกิดการชำรุดดังที่เห็น ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมบ้านควนเจดีย์ในหมู่ที่ 6 และมีประชาชนใช้สัญจรติดต่อบุคคลภายนอกประมาณ 200 กว่าครัวเรือน เมื่อได้รับการประสานจากพื้นที่ จึงได้สั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานกับศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 หาดใหญ่ประสานกับจังหวัดสงขลาให้มาดูสถานที่และแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน และก่อนที่จะได้สะพานถาวรก็ได้นำสะพานเบลีย์ซึ่งถือว่าเป็นสะพานชั่วคราวของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย นำมาติดตั้งให้กับพี่น้องประชาชน ให้ใช้สัญจรไปมาจนกว่าจะจัดสรรงบประมาณในการทำสะพานมาตลอดเส้นทางนี้ ฉะนั้นถือโอกาสนี้ในการที่จะได้เร่งรัด และต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั่งจิตอาสา ทั้งท้องถิ่น ท้องที่ อปท.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับจังหวัดสงขลาก็ได้ช่วยกันทุกคน เพื่อที่จะเร่งรัดในการก่อสร้างสะพานเบลีย์อันนี้ให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้” สำหรับการติดตั้งสะพานนั้นเป็นเส้นทาง โรงเรียนเทพพิทยา ภานุมาศ – บ้านควนเจดีย์ และเป็นเส้นทางลัดในการเดินทางไปโรงเรียนเทพาฯ ออกสู่ถนนสายที่ 42 สายนาทวี-ลำไพล ซึ่งชาวบ้านจะใข้สัญจรไปมา จากหมู่ที่ 6 บ้านควนเจดีย์ ตำบลลำไพล อำเภอเทพา ออกสู่ถนนสายหลัก

อ่านรายละเอียด

ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ได้เดินทางไปจังหวัดอุทัยธานี เพื่อร่วมประชุมหารือการจัดการคุณภาพน้ำแม่น้ำสะแกกรังในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น.นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ได้เดินทางไปจังหวัดอุทัยธานี เพื่อร่วมประชุมกับนายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีโดยได้หารือการจัดการคุณภาพน้ำแม่น้ำสะแกกรังในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี ตามแนวทางการขับเคลื่อนการจัดการน้ำเสียของ อจน. โดยมี รองปลัดเทศบาลเมืองอุทัยธานี(ผู้แทนนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี), ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 4 (นครสวรรค์), ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุทัยธานี, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุทัยธานี และท้องถิ่นจังหวัดอุทัยธานี ร่วมประชุมด้วย พร้อมกับได้เดินทางไปสำรวจสถานที่ที่จะก่อสร้างศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ โดยในเบื้องต้นที่ประชุมมีความสนใจ การใช้พื้นที่ด้านบนของระบบบำบัดน้ำเสียเป็นสนามฟุตบอล

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย

นิพนธ์ เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี ถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้(18 ม.ค.64) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ พระบรมราชานุสรณ์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยวางพุ่มดอกไม้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และจุดธูปเทียนถวายราชสักการะ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในการนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในการวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันกองทัพไทย ซึ่งเป็นวันคล้ายวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถี โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ 18 มกราคมของทุกปีเป็นวันยุทธหัตถี ทางราชการจึงได้จัดให้มีพิธีถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้นเป็นประจำทุกปี

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) สั่งการ อธิบดีปภ.ระดมรถผลิตน้ำดื่ม-รถประกอบอาหาร-เครื่องจักรปภ. เข้าพื้นที่ทันที ห่วงประชาชนใช้ชีวิตยากลำบาก พร้อมติดตามแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้ลงพื้นที่เมื่อช่วงเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานีและจังหวัดสงขลา นั้น เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จนถึงขณะนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดเพราะยังมีบางจุดที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ และภาพรวมพี่น้องประชาชนยังใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องดูแลในสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เช่นอาหาร น้ำดื่ม ฯลฯ ที่มีความจำเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ได้สั่งการไปยังอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ให้เร่งดำเนินการจัดส่งรถผลิตน้ำดื่มพร้อมขวดบรรจุภัณฑ์ รถประกอบอาหาร(พร้อมรับประทาน) และเครื่องจักรกลของปภ. เช่น เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น ระดมลงพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน นายนิพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า “สถานการณ์ในขณะนี้ยังมีหลายพื้นที่ที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ ซึ่งเกิดจากฝนตกอย่างต่อเนื่องในตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาและส่วนใหญ่เป็นฝนที่ตกบนเทือกเขาและตกเหนือเขื่อนทำให้ปริมาณมีมากอยู่เรื่อยๆและไหลเชี่ยวรุนแรง อย่างเขื่อนบางลาง ที่จ.ยะลานั้นทราบว่ามีการปิดการระบายแล้วเมื่อช่วงเช้าวันนี้(11ม.ค.64)เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนอย่างอ.เมืองยะลา และพื้นที่ตามแนวแม่น้ำและจะไหลต่อไปยังจ.ปัตตานี ซึ่งคาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอีกในช่วงสัปดาห์นี้สถานการณ์ในพื้นที่ก็น่าจะคลี่คลายได้ในช่วงไม่เกินสัปดาห์หน้า แต่อย่างไรก็ตาม ต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ เช่นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารสำเร็จรูปและพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม ต้องมีการจัดสรรที่เพียงพอและทั่วถึงเพราะมีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบกว่า 57,000 ครัวเรือนรวมทั้งต้องดูแลสุขภาพอนามัย โรคที่มากับน้ำ และการแพร่ระบาดโควิดให้ครอบคลุมอีกด้วย” “โดยตนได้สั่งการให้นำรถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร ตลอดจน เครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เร่งด่วนเพื่อลดความเดือดร้อนและเร่งการปฏิบัติงานเพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว”นายนิพนธ์กล่าว

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายปีใหม่64 เกิดเหตุรวม 3,333 ครั้ง บาดเจ็บรวม 3,326 คน เสียชีวิตรวม 392 ราย สูงกว่าปีก่อน 19 ราย

นิพนธ์ แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายปีใหม่64 เกิดเหตุรวม 3,333 ครั้ง บาดเจ็บรวม 3,326 คน เสียชีวิตรวม 392 ราย สูงกว่าปีก่อน 19 ราย จ.เชียงรายครองแชมป์ตายสูงสุด 18 ราย จ.เชียงใหม่แชมป์เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดเปิดสาเหตุหลักมาจากขับรถเร็ว 33.60% รองลงมาคือเมาแล้วขับ 33.06 และเกิดจากรถจยย.มากที่สุด เร่งแก้ไขสั่งจังหวัดที่เกิดเหตุถอดบทเรียนไม่ให้สูญเสียซ้ำ พร้อมขอบคุณจนท.ทุกฝ่าย ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อสร้างความสุขให้คนไทย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2564 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 4 มกราคม 2564 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 265 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 22 ราย ผู้บาดเจ็บ 271 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ลพบุรี (3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี (13 คน) ขณะที่สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (29 ธ.ค.63 – 4 ม.ค. 64) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,333 ครั้ง (ลดลงจากปี 2563 ผู้บาดเจ็บรวม 3,326 คน ผู้เสียชีวิตรวม 392 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 19ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 7 จังหวัด ได้แก่ นครนายก นราธิวาส น่าน แม่ฮ่องสอน ระนอง อำนาจเจริญ และอุตรดิตถ์ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (115 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (18 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (117 คน) สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 33.60 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 33.06 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 59.33 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 25.09 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.54 รถปิคอัพ ร้อยละ 6.19 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.7 7 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.80 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 27.45 นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 เปรียบเทียบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับปี 2563 การเกิดอุบัติเหตุ ลดลง 88 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ ลดลง 173 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 19 ราย ทั้งนี้สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด และดื่มแล้วขับ รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ภายใต้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทุกระดับ ทั้งนี้ได้ให้จังหวัดถอดบทเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัคร ขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนในชุมชนและหมู่บ้าน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง คือ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ตลอดจนปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะเป็นรากฐานในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในสังคมไทย ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งเป็นข้อมูลฐานเดียว ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตในปี 2562 มีจำนวน 17,176 ราย และในปี 2563 มีจำนวน 15,380 รายซึ่งเปรียบเทียบได้ว่าในปีนี้มีแนวโน้มอัตราการเสียชีวิตที่เริ่มลดลงและเริ่มลดลงต่อเนื่องเมื่อเริ่มนับตั้งแต่ปี 2559 ที่อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 22,000 ราย อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงการสรุปภาพรวมการเสียชีวิตให้ครบเป็นข้อมูลสามฐานอีกครั้ง “ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง ด้วยความทุ่มเท เสียสละ อดทน และเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนต่อไป”นายนิพนธ์กล่าว

อ่านรายละเอียด

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดการจัดงาน OTOP City 2020 ครั้งที่ 16

เมื่อ​วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เวลา 14.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดการจัดงาน OTOP City 2020 ครั้งที่ 16 ภายใต้แนวคิด “ของขวัญปีใหม่ ล้ำค่าถูกใจ รวมไว้ใน OTOP City 2020” โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมทั้งผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเฝ้ารับเสด็จ

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นำผู้ว่าฯสงขลา-ปภ. รุดลงพื้นที่ประสบอุทกภัยจุดสะพานขาด เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ให้ปชช.กว่า 200 ครัวเรือน

นายนิพนธ์ บุญญามณี นำผู้ว่าฯสงขลา-ปภ. รุดลงพื้นที่ประสบอุทกภัยจุดสะพานขาด เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ให้ปชช.กว่า 200 ครัวเรือน เด็กนักเรียน สัญจรได้โดยเร็ว พร้อมประสานกรมทางหลวงชนบท จัดสรรงบประมาณสร้างสะพานเพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางแก่พี่น้องประชาชน เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 63 เวลา 13.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายมาหะมะพีกรี ผอ.ศูนย์ปภ.เขต 12 สงขลา นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้า สำนักงาน ปภ. จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ในหมู่ที่ 6 ตำบลลำไพล อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการติดตั้งสะพานเบลี่ย์ ในการที่จะแก้ไขปัญหาในการสัญจรไปมาให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เป็นเบื้องต้น โดยมีกำลังพล อส.ชคต.ลำไพล เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารร้อย ร.2533 และประชาชนในพื้นที่ร่วมสำรวจ ณ บ้านควนเจดีย์ หมู่ที่ 6 อำเภอเทพา นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า”เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกในพื้นที่อำเภอเทพาค่อนข้างมาก ทำให้สะพานที่สร้างมาหลายปีในหมู่บ้านควนเจดีย์ เมื่อโดนกระแสน้ำพัดแรง ก็ทำให้สะพานเกิดการชำรุดดังที่เห็น ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมบ้านควนเจดีย์ในหมู่ที่ 6 และมีประชาชนใช้สัญจรติดต่อบุคคลภายนอกประมาณ 200 กว่าครัวเรือน เมื่อได้รับการประสานจากพื้นที่ จึงได้สั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานกับศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 หาดใหญ่ประสานกับจังหวัดสงขลาให้มาดูสถานที่และแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน และก่อนที่จะได้สะพานถาวรก็ได้นำสะพานเบลีย์ซึ่งถือว่าเป็นสะพานชั่วคราวของกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย นำมาติดตั้งให้กับพี่น้องประชาชน ให้ใช้สัญจรไปมาจนกว่าจะจัดสรรงบประมาณในการทำสะพานมาตลอดเส้นทางนี้ ฉะนั้นถือโอกาสนี้ในการที่จะได้เร่งรัด และต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั่งจิตอาสา ทั้งท้องถิ่น ท้องที่ อปท.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับจังหวัดสงขลาก็ได้ช่วยกันทุกคน เพื่อที่จะเร่งรัดในการก่อสร้างสะพานเบลีย์อันนี้ให้พี่น้องประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้” สำหรับการติดตั้งสะพานนั้นเป็นเส้นทาง โรงเรียนเทพพิทยา ภานุมาศ – บ้านควนเจดีย์ และเป็นเส้นทางลัดในการเดินทางไปโรงเรียนเทพาฯ ออกสู่ถนนสายที่ 42 สายนาทวี-ลำไพล ซึ่งชาวบ้านจะใข้สัญจรไปมา จากหมู่ที่ 6 บ้านควนเจดีย์ ตำบลลำไพล อำเภอเทพา ออกสู่ถนนสายหลัก

อ่านรายละเอียด