
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายอมรชัย หิรัญรัตน์ ผู้จัดการสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากระบี่ เข้าร่วมพิธีชุมนุมผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 72 ปี ประจำปี 2569 โดยมีนายกองเอก อังกูร ศีลาเทวากูล ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน จังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธี เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของเหล่าวีรชนกองอาสารักษาดินแดน ที่ได้อุทิศตนเพื่อปกป้องประเทศชาติและรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยมีนางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกระบี่/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บังคับบัญชากองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอ เหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ แม่บ้านมหาดไทย จังหวัดกระบี่ และกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เข้าร่วมพิธี โอกาสนี้ มีการมอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี และมอบประกาศนียบัตรผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในรอบปี 2568 พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จากมูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ จำนวน 4 ทุน และทุนการศึกษาของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกระบี่แก่บุตรข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการของส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 59 ทุน เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและเป็นสวัสดิการสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวกำลังพล

อจน. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2564 วันที่ 13 ตุลาคม 2564 นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยผู้บริหาร อจน. ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2564 ณ สำนักงานองค์การจัดการน้ำเสีย อาคารเล้าเป้งง้วน1 ชั้น 23

นายนิพนธ์ บุญญามณี เปิดเกิจกรรม ”วิถีใหม่ประหยัดน้ำกับ กปน.” เพิ่มช่องทางเลือกให้ประชาชนซื้อสินค้า-อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ที่มีสลาก กปน.รับรองช่วยประหยัดจริง ได้หลายต่อ ทั้งได้สินค้าดีมีคุณภาพ ช่วยเซฟประหยัดน้ำ รักษ์ทรัพยากรน้ำยั่งยืน เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2564 ที่การประปานครหลวง (กปน.) สานักงานใหญ่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมออนไลน์ “วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง” โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการ กปน. นายวีรวัฒน์ ยมจินดา กรรมการ กปน. และ นายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. เข้าร่วม นายนิพนธ์ กล่าวว่า การประปานครหลวง (กปน.) เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาให้สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นนทบุรี และ สมุทรปราการ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการน้ำประปา สะอาด ปลอดภัย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นอกจากภารกิจหลักแล้ว กปน. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดโดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการ รับรองฉลากประหยัดน้ำของ กปน.อย่างต่อเนื่อง “ในปีนี้ได้จัดกิจกรรมออนไลน์ ‘วิถีใหม่แห่ง การประหยัดน้ากับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง’ จัดขึ้นเพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ประหยัดน้ําที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดน้ําของ การประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ําในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ํา โดยไม่จําเป็น ช่วยลดอัตราการใช้น้ํา เฉลี่ย/คน/วัน (Per Capita) เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีน้ําใช้อย่างเพียงพอ จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนหันมาเลือกใช้อุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ ประหยัดน้ําที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ําของการประปานครหลวง และขอเชิญชวนผู้ประกอบการและผู้จัดจําหน่ายทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ ร่วมกันสร้างสรรค์และจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ประหยัดน้ําตามมาตรฐานกําหนด โดยปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ประหยัดน้ําที่ได้รับการรับรอง 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทก๊อกอ่างล้างหน้า-ล้างมือประหยัดน้ํา แบ่งประสิทธิภาพการประหยัดน้ํา ตั้งแต่ระดับ 3-5 โดย เบอร์ 5 (ระดับดีเยี่ยม) เบอร์ 4 (ระดับดีมาก) และเบอร์ 3 (ระดับดี) และประเภทฝักบัวประหยัดน้ํา ซึ่งก๊อกและฝักบัวประหยัดน้ําที่มีฉลากประหยัดน้ําของการประปานครหลวง จะลดการใช้น้ําเหลือเพียง 1 ใน 3 จากการใช้ก๊อกน้ําทั่วไป โดยฉลากจะแสดงประสิทธิภาพอุปกรณ์ประหยัดน้ํา จะทําให้ประชาชนทราบถึงปริมาณการใช้น้ําและหันมาใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ํา และร่วมกันรักษาทรัพยากรน้ําอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายนิพนธ์กล่าว

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดงานแถลงผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ภายใต้ชื่องาน “ITA DAY 2021: More Open, More Transparent” โดยมีหน่วยงานภาครัฐร่วมประเมินทั้งหมด 8,300 หน่วยงาน ภายใต้การประเมิน 10 ด้าน องค์การจัดการน้ำเสีย ได้รับผลการประเมิน 96.39 คะแนน อยู่ในระดับ AA สูงกว่าปีที่ผ่านมา อยู่ในลำดับที่ 13 จากรัฐวิสาหกิจที่เข้ารับการประเมินจำนวน 51 แห่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งขององค์การจัดการน้ำเสียในการนำผลการประเมิน ITA ที่ได้ไปใช้ในการวางแผนปรับปรุงพัฒนาองค์กรในปีงบประมาณถัดไปให้สมบูรณ์ครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งในแง่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้องค์กรมีความโปร่งใสตามกรอบการประเมิน ITA และในแง่การพัฒนาคุณธรรมการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การปฏิบัติงานและการให้บริการสาธารณะเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

องค์การจัดการน้ำเสีย โดยนายวิรัตน์ ภมรานนท์ รองผู้อำนวยการปฏิบัติการ เป็นผู้แทนมอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ให้กับสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ (HEC) ร่วมกับเครือข่ายเราดูแลกัน (We Care Network) จัดทำโครงการ “COVID HOME CARE” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

วันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) การบริหารจัดการน้ำเสียในภาคตะวันออกระหว่าง องค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.) กับ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส ประธานกรรมการอจน. นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการ อจน. นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด(มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน นายนิพนธ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยโดยเฉพาะ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีความจำเป็นต้องขับเคลื่อนมาตรการในการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) ที่คลอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญเพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ และเน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว และเป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียนเชื่อมโยงการพัฒนาภายในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน องค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.) และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดความร่วมมือดำเนินงานศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ความร่วมมือ ยกระดับคุณภาพการให้บริการของทั้งสองหน่วยงาน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความยั่งยืนของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ “องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) และ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ จึงร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจให้สำเร็จบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นแนวทางในการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ และยังเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ สำหรับกิจกรรมประเภทต่างๆในเขตพื้นที่ EEC และจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ต่อไป” นายนิพนธ์ กล่าว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ บริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกิจกรรม “คนมหาดไทย แบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาเติมเต็มที่ตู้ปันสุข เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนโดยรอบกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลายความทุกข์ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน สำหรับกิจกรรม “มหาดไทยปันสุข ส่งต่อความห่วงใย สู้ภัยโควิด 19” กรมการปกครอง โดยกระทรวงมหาดไทย จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ตามปรัชญากระทรวงมหาดไทยที่ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก จัดระเบียบผู้ที่มาเลือกหยิบของจาก “ตู้ปันสุข” ให้เป็นไปตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) วัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ รมช.มท.ได้กล่าวเชิญชวน ว่า “ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้ที่พอมีกำลังทรัพย์ที่จะนำสิ่งของมาใส่ในตู้ปันสุขได้ ก็ขอให้มาร่วมเติมกำลังใจ ให้ได้มาร่วมกิจกรรมกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ยังคงมีอยู่ต่อไปอีกสักระยะ ซึ่งยังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด ดังนั้น การจัดกิจกรรมของเราก็จะคงจัดอยู่ไปจนกว่าสถานการณ์โดยรวมจะเข้าสู่สภาวะปกติ”

อจน. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2564 วันที่ 13 ตุลาคม 2564 นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยผู้บริหาร อจน. ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2564 ณ สำนักงานองค์การจัดการน้ำเสีย อาคารเล้าเป้งง้วน1 ชั้น 23

นายนิพนธ์ บุญญามณี เปิดเกิจกรรม ”วิถีใหม่ประหยัดน้ำกับ กปน.” เพิ่มช่องทางเลือกให้ประชาชนซื้อสินค้า-อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ที่มีสลาก กปน.รับรองช่วยประหยัดจริง ได้หลายต่อ ทั้งได้สินค้าดีมีคุณภาพ ช่วยเซฟประหยัดน้ำ รักษ์ทรัพยากรน้ำยั่งยืน เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2564 ที่การประปานครหลวง (กปน.) สานักงานใหญ่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมออนไลน์ “วิถีใหม่แห่งการประหยัดน้ำกับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง” โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ประธานกรรมการ กปน. นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการ กปน. นายวีรวัฒน์ ยมจินดา กรรมการ กปน. และ นายกวี อารีกุล ผู้ว่าการ กปน. เข้าร่วม นายนิพนธ์ กล่าวว่า การประปานครหลวง (กปน.) เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาให้สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นนทบุรี และ สมุทรปราการ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการน้ำประปา สะอาด ปลอดภัย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นอกจากภารกิจหลักแล้ว กปน. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดโดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำที่ได้รับการ รับรองฉลากประหยัดน้ำของ กปน.อย่างต่อเนื่อง “ในปีนี้ได้จัดกิจกรรมออนไลน์ ‘วิถีใหม่แห่ง การประหยัดน้ากับฉลากประหยัดน้ำของการประปานครหลวง’ จัดขึ้นเพื่อที่จะเป็นทางเลือกให้ประชาชน เลือกซื้อผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ประหยัดน้ําที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฉลากประหยัดน้ําของ การประปานครหลวง ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้น้ําในปริมาณที่เหมาะสม ลดการสูญเสียน้ํา โดยไม่จําเป็น ช่วยลดอัตราการใช้น้ํา เฉลี่ย/คน/วัน (Per Capita) เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีน้ําใช้อย่างเพียงพอ จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนหันมาเลือกใช้อุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ ประหยัดน้ําที่ได้รับการรับรองฉลากประหยัดน้ําของการประปานครหลวง และขอเชิญชวนผู้ประกอบการและผู้จัดจําหน่ายทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ ร่วมกันสร้างสรรค์และจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ประหยัดน้ําตามมาตรฐานกําหนด โดยปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ประหยัดน้ําที่ได้รับการรับรอง 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทก๊อกอ่างล้างหน้า-ล้างมือประหยัดน้ํา แบ่งประสิทธิภาพการประหยัดน้ํา ตั้งแต่ระดับ 3-5 โดย เบอร์ 5 (ระดับดีเยี่ยม) เบอร์ 4 (ระดับดีมาก) และเบอร์ 3 (ระดับดี) และประเภทฝักบัวประหยัดน้ํา ซึ่งก๊อกและฝักบัวประหยัดน้ําที่มีฉลากประหยัดน้ําของการประปานครหลวง จะลดการใช้น้ําเหลือเพียง 1 ใน 3 จากการใช้ก๊อกน้ําทั่วไป โดยฉลากจะแสดงประสิทธิภาพอุปกรณ์ประหยัดน้ํา จะทําให้ประชาชนทราบถึงปริมาณการใช้น้ําและหันมาใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ํา และร่วมกันรักษาทรัพยากรน้ําอย่างยั่งยืนตลอดไป” นายนิพนธ์กล่าว

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2564 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดงานแถลงผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ภายใต้ชื่องาน “ITA DAY 2021: More Open, More Transparent” โดยมีหน่วยงานภาครัฐร่วมประเมินทั้งหมด 8,300 หน่วยงาน ภายใต้การประเมิน 10 ด้าน องค์การจัดการน้ำเสีย ได้รับผลการประเมิน 96.39 คะแนน อยู่ในระดับ AA สูงกว่าปีที่ผ่านมา อยู่ในลำดับที่ 13 จากรัฐวิสาหกิจที่เข้ารับการประเมินจำนวน 51 แห่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่งขององค์การจัดการน้ำเสียในการนำผลการประเมิน ITA ที่ได้ไปใช้ในการวางแผนปรับปรุงพัฒนาองค์กรในปีงบประมาณถัดไปให้สมบูรณ์ครบถ้วนในทุกมิติ ทั้งในแง่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้องค์กรมีความโปร่งใสตามกรอบการประเมิน ITA และในแง่การพัฒนาคุณธรรมการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การปฏิบัติงานและการให้บริการสาธารณะเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

องค์การจัดการน้ำเสีย โดยนายวิรัตน์ ภมรานนท์ รองผู้อำนวยการปฏิบัติการ เป็นผู้แทนมอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท ให้กับสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ (HEC) ร่วมกับเครือข่ายเราดูแลกัน (We Care Network) จัดทำโครงการ “COVID HOME CARE” เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

วันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) การบริหารจัดการน้ำเสียในภาคตะวันออกระหว่าง องค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.) กับ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส ประธานกรรมการอจน. นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการ อจน. นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด(มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน นายนิพนธ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบันพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยโดยเฉพาะ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีความจำเป็นต้องขับเคลื่อนมาตรการในการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) ที่คลอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญเพื่อยกระดับการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ และเน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว และเป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียนเชื่อมโยงการพัฒนาภายในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน องค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.) และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดความร่วมมือดำเนินงานศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ความร่วมมือ ยกระดับคุณภาพการให้บริการของทั้งสองหน่วยงาน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความยั่งยืนของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ “องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) และ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ จึงร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจให้สำเร็จบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นแนวทางในการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ และยังเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ สำหรับกิจกรรมประเภทต่างๆในเขตพื้นที่ EEC และจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ต่อไป” นายนิพนธ์ กล่าว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ บริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกิจกรรม “คนมหาดไทย แบ่งปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19” นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาเติมเต็มที่ตู้ปันสุข เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนโดยรอบกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลายความทุกข์ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน สำหรับกิจกรรม “มหาดไทยปันสุข ส่งต่อความห่วงใย สู้ภัยโควิด 19” กรมการปกครอง โดยกระทรวงมหาดไทย จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม ตามปรัชญากระทรวงมหาดไทยที่ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก จัดระเบียบผู้ที่มาเลือกหยิบของจาก “ตู้ปันสุข” ให้เป็นไปตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) วัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ รมช.มท.ได้กล่าวเชิญชวน ว่า “ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้ที่พอมีกำลังทรัพย์ที่จะนำสิ่งของมาใส่ในตู้ปันสุขได้ ก็ขอให้มาร่วมเติมกำลังใจ ให้ได้มาร่วมกิจกรรมกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ยังคงมีอยู่ต่อไปอีกสักระยะ ซึ่งยังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด ดังนั้น การจัดกิจกรรมของเราก็จะคงจัดอยู่ไปจนกว่าสถานการณ์โดยรวมจะเข้าสู่สภาวะปกติ”