องค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย
ข่าวสารประชาสัมพันธ์จาก องค์การจัดการน้ำเสีย

การจัดสร้างวัตถุมงคล เนื่องในโอกาสสถาปนากระทรวงมหาดไทย ๑๓๐ ปี

กระทรวงมหาดไทยมีอายุครบ ๑๓๐ ปี ไปเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๕ ภารกิจเมื่อแรกตั้ง เน้นจัดระเบียบงานมหาดไทยให้รวมอยู่ในที่เดียวกัน ดังสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าไว้ว่า “ในยุคสมัยนั้นระเบียบการปฏิบัติงานต่าง ๆ ขาดความชัดเจน งานก็ยังเหลื่อมซ้อนกันกับหน่วยงานอื่น ๆ วิธีการปฏิบัติงานก็ล้าสมัย จนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้องทรงมีพระราชดำริเป็นยุติให้ฟื้นราชการมหาดไทยทั้งกระทรวง” สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดี ทรงริเริ่มแนวคิดการทำงานที่มุ่งเน้นอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยทำนุบำรุงบ้านเมืองเสียตั้งแต่ยามปกติ ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาเสียก่อนค่อยดำเนินการ มีการตั้งกรมต่าง ๆ ขึ้น และดึงอำนาจบังคับบัญชาหัวเมืองที่เคยกระจายอยู่หลายหน่วย มาขึ้นกับกระทรวงมหาดไทยเพียงแห่งเดียว ทำหน้าที่ในงานปกครองหัวเมือง งานรักษาความสงบเรียบร้อย งานรักษาความสะอาด งานอัยการ งานสาธารณสุข งานป่าไม้ งานเหมืองแร่และงานเก็บภาษีอากร สถานที่ปฏิบัติงานของกระทรวงมหาดไทย เดิมใช้ศาลาลูกขุนใน (ฝ่ายซ้าย) ที่ตั้งอยู่ภายในเขตพระบรมมหาราชวัง ส่วนบริเวณกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน เดิมใช้เป็นที่ทำการของการกระทรวงนครบาลและกระทรวงโยธาธิการ ภายหลังได้ยุบรวมมาอยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย แต่ตัวที่ทำการกระทรวงเอง ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันเมื่อปี ๒๔๗๖ อาณาบริเวณกระทรวงมหาดไทยในทุกวันนี้ ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่วังของเจ้านายชั้นสูง ๓ วัง ได้แก่ “วังริมสะพานช้างโรงสี วังใต้” เป็นวังของพระองค์เจ้าเนียม กับ “วังถนนเฟื่องนคร วังเหนือ” ซึ่งเป็นวังของกรมขุนภูวนัยนฤเบนทราธิบาล ทั้งสองวังนี้ได้ถูกปรับมาสร้างศาลาว่าการกระทรวงนครบาล และสุดท้ายคือ “วังถนนเฟื่องนคร วังใต้” อันเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชมพูนุท กรมขุนเจริญผลพูลสวัสดิ์ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระบิดาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ อดีตเจ้าอาวาส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ต่อมาหลังกรมขุนเจริญผลฯ สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑เมษายน ๒๔๓๕ ร.๕ รับสั่งถามกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ฯ ผู้เป็นโอรสได้ความว่า จะผนวชไปตลอดพระชนม์ชีพ จึงโปรดฯให้นำพื้นที่วังเดิมก่อสร้างศาลาว่าการกระทรวงโยธาธิการ ในภายหลังพื้นที่ทั้งหมดได้ถูกโอนมาเป็นของกระทรวงมหาดไทยจนปัจจุบัน ดังนั้น ถือได้ว่ากระทรวงมหาดไทยกับวัดราชบพิธฯ มีความใกล้ชิดผูกพันกันมาแต่ครั้งกระโน้น ในโอกาสอันสำคัญยิ่งนี้ มีการจัดสร้างพระพุทธรูปประจำกระทรวงมหาดไทย ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๒ นิ้ว ขึ้นเพื่อเตรียมนำไปประดิษฐาน ณ ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ที่กำลังก่อสร้างในเขตคลองสาน กำหนดแล้วเสร็จปี ๒๕๖๙ โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานนามว่า “พระพุทธมุนีศรีประชานาถ” แปลว่า “พระพุทธเจ้าทรงเป็นที่พึ่ง อันนำมาซึ่งความเจริญของปวงประชา” รวมทั้งจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อตอบแทนแก่ผู้มีจิตศรัทธา บริจาคเงินสมทบ “กองทุนสาธารณกุศล ๑๓๐ ปี กระทรวงมหาดไทย” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตำบลคลองเก้า อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จำนวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และใช้สำหรับสงเคราะห์บุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยและครอบครัว ที่มีปัญหาความเดือดร้อนหรือประสบภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ทั้งนี้ ได้รับพระเมตตาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีเททองหล่อพระเกศ “พระพุทธมุนีศรีประชานาถ” และ เททองหล่อราชสีห์มหามงคล เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร โดยมีแผ่นทอง-เงิน-นาค ที่ผ่านการจารอักขระและอธิษฐานจิต จากเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมจากทั้ง ๗๖ จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เป็นมวลสารสำคัญ พิธีพุทธาภิเษกจะจัดขึ้นในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๕ ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีพระอาจารย์วราห์ ปุญญวโร เจ้าอาวาสวัดโพธิทอง เขตจอมทอง เป็นเจ้าพิธี และคณาจารย์นั่งปรก ๘ รูป ได้แก่ หลวงพ่อชำนาญ วัดชินวราราม จ.ปทุมธานี หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม หลวงปู่ฤษีตาไฟ วัดเทพหิรัญย์ จ.ชัยนาท หลวงพ่ออุดมทรัพย์ วัดประสิทธิเวช จ.นครนายกหลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณี จ. สมุทรสงคราม หลวงพ่อเจริญ วัดโนนสว่าง จ.อุดรธานี หลวงพ่อพบโชค วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย และพระอาจารย์สุริยันต์ วัดป่าวังน้ำเย็น จ. มหาสารคาม วัตถุมงคลที่จัดสร้าง ได้แก่ ราชสีห์มงคลเนื้อทองคำ ๒๖๐ องค์ ( ๙๐,๐๐๐ บาท) เนื้อเงิน ๒,๕๖๕ องค์ ( ๕,๐๐๐ บาท) เนื้อรมดำ ๒๕,๖๕๐ องค์ ( ๕๐๐ บาท) ราชสีห์ใหญ่เนื้อโลหะพิเศษ ๒,๕๖๕ องค์ ( ๑๐,๐๐๐ บาท) พระพุทธมุนีศรีประชานาถ (จำลอง) หน้าตัก ๙ นิ้ว ๑,๓๐๐ องค์ ( ๑๓,๐๐๐ บาท) และเหรียญพระพุทธมุนีศรีประชานาถ ขนาด ๒.๔ ซ.ม. ๒๐,๐๐๐ เหรียญ ( ๑๓๐ บาท) ผู้สนใจวัตถุมงคล “ราชสีห์ทองคำ” ร่วมบริจาคได้ที่ Line Official “ราชสีห์ 130 ปี มท.” ส่วนวัตถุมงคลรายการอื่นบริจาคผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ที่ www.jubjaai.com

ข่าวสารล่าสุดจากองค์การจัดการน้ำเสีย

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น. นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย นายอธิรักษ์ บุพจันโท รองผู้อำนวยการปฏิบัติการ และนางสาวศุทธวดี ศิริยานนท์ หัวหน้ากองพัฒนาและบริหารโครงการ ได้เข้าให้คำปรึกษา และสำรวจพื้นที่ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลพังโคน

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 เวลา 10.00 น. นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย นายอธิรักษ์ บุพจันโท รองผู้อำนวยการปฏิบัติการ และนางสาวศุทธวดี ศิริยานนท์ หัวหน้ากองพัฒนาและบริหารโครงการ ได้เข้าให้คำปรึกษา และสำรวจพื้นที่ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลพังโคน จังหวัดสกลนครโดยมี ส.ส.สกุณา สาระนันท์ ส.ส.สกลนคร เขต 6 นายกฤษฎา วงศ์กาฬสินธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลพังโคน เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ องค์การจัดการน้ำเสีย ทบทวนเอกสารโครงการศึกษาความเหมาะสมเพื่อวางแผนหลักและออกแบบรายละเอียดระบบระบายน้ำ ระบบรวบรวมและระบบบำบัดน้ำเสีย เทศบาลตำบลพังโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร และให้เทศบาลตำบลพังโคน ให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเพิ่มเติมประกอบการทบทวนเอกสารโครงการ

อ่านรายละเอียด »

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน แถลงข่าว เชิญเที่ยวงาน OTOP city 2023

วันที่ 11 ธันวาคม 2566 ที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน แถลงข่าว เชิญเที่ยวงาน OTOP city 2023 ระหว่างวันที่ 16-24 ธันวาคม 2566 ที่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็คเมืองทองธานี  

อ่านรายละเอียด »

องค์การจัดการน้ำเสียได้รับรางวัล Compliance Award ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

องค์การจัดการน้ำเสียได้รับรางวัล Compliance Award ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้จัดให้มีโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Government Platform for PDPA Compliance :GPPC) และได้เชิญหน่วยงานเป้าหมายทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมดำเนินการและรับการตรวจสอบรายการประเมินภายใต้เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดภายในวันที่ 15 กันยายน 2566 จากการพิจารณาและตรวจสอบรายการประเมินของทุกหน่วยงานเป้าหมายที่เข้าร่วม พบว่าองค์การจัดการน้ำเสียเป็น 1 ใน 43 หน่วยงานที่มีการดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และได้รับรางวัล “Compliance Award” ซึ่งมีกำหนดการจัดกิจกรรมมอบรางวัลดังกล่าวในวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ องค์การจัดการน้ำเสียได้ดำเนินกระบวนการต่างๆภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยประกาศนโยบาย  ระเบียบ แนวปฏิบัติ  และแต่งตั้งคณะบริกรข้อมูล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในการขอใช้ข้อมูลและช่องทางการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล นอกจากนี้ องค์การจัดการน้ำเสียยังได้เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนกระบวนการด้านความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)โดยนำระบบแพลตฟอร์มภาครัฐที่รองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาใช้งานดำเนินงานภายในองค์กร รวมทั้งจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับบุคลากรต่อการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อีกด้วย

อ่านรายละเอียด »

องค์การจัดการน้ำเสียร่วมต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

วันที่ 7 กันยายน 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ กระทรวงมหาดไทย และมอบนโยบายแก่หน่วยงานในสังกัด โดยมีนายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยผู้บริหารองค์การจัดการน้ำเสีย รับมอบนโยบายตามภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินงานภายใต้เป้าหมายบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชนได้มีความสมบูรณ์พูนสุขโดยถ้วนหน้ากัน

อ่านรายละเอียด »