Mourning Ribbon
องค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย
ข่าวสารผู้บริหารจาก องค์การจัดการน้ำเสีย

หมวดหมู่: ข่าวผู้บริหาร

อัพเดทล่าสุด

อจน. ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.15 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะสีชัง ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี องค์การจัดการน้ำเสีย โดยนายปัณณพัฒน์ จันทร์เจริญสุข รองผู้อำนวยการวิชาการและแผน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดย พล.อ.อ.สถิตพงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการลงพื้นที่ ภายหลังจากการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานฯ คณะได้ลงพื้นที่ศูนย์กำจัดขยะเทศบาลตำบลเกาะสีชัง และเดินทางไปปลูกต้นไม้ประจำถิ่น ณ มณฑปรอยพระพุทธบาท แล้วมอบจักรยานยนต์ไฟฟ้า และรับฟังบรรยายมาตรการรักษาความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมมอบสิ่งของให้แก่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่ ณ สถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง ในการนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ตามแผนแม่บทการพัฒนา ทั้งหน่วยงานตามภารกิจ (Function) และหน่วยงานในเชิงพื้นที่ (Area) ผ่านกลไกคณะทำงานโครงการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งในขณะนี้มีภาพรวมการดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดย “การประปาส่วนภูมิภาค” ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำ Reverse Osmosis (RO) พร้อมระบบท่อส่งน้ำ (ใหม่) และโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบแก้ไขปัญหาระบบประปาในพื้นที่เกาะสีชัง และ “องค์การจัดการน้ำเสีย” ดำเนินโครงการระบบบำบัดน้ำเสียเกาะสีชัง แบ่งเป็น สถานีสูบน้ำเสียที่ 1 หน้าสถานีตำรวจเกาะสีชัง และสถานีสูบน้ำเสียที่ 2 หลังร้านซันคาเฟ่ (Sun cafe) และ “กรมโยธาธิการและผังเมือง” ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง ระยะที่ 2 จำแนกเป็น การวางท่อส่งน้ำประปา ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก และก่อสร้างลานอเนกประสงค์ โดยมีความก้าวหน้าภาพรวมคิดเป็นร้อยละ 82 2. ด้านการบริหารจัดการไฟฟ้า “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” ดำเนินโครงการพัฒนาระบบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบไมโครกริด และ 3. ด้านการบริหารจัดการขยะ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” ได้กำหนดมาตรการในการจัดการขยะของเกาะสีชังอย่างครบวงจร ทั้งด้านการจัดการขยะต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณขยะตั้งแต่แหล่งกำเนิด ผ่านการคัดแยกขยะอินทรีย์ ตามโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน การขับเคลื่อน “เกาะสีชังปลอดโฟม (No Foam)” และการส่งเสริมหน่วยงานปลอดขยะ (Zero Waste Office) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ และเทศบาลเกาะสีชังได้มีแผนเพิ่มศักยภาพการกำจัดขยะด้วยการพัฒนาเตาเผาขยะแบบหมดจด รองรับปริมาณขยะในระยะยาว

อ่านรายละเอียด

“เดินหน้า” ช่วยชาวบ้าน สู้ภัยโควิด-19 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ร่วม นายสรรเพชญ บุญญามณี (ผู้ช่วยผู้ดำเนินงาน นายชวน หลีกภัย) เปิดครัวทำอาหารเลี้ยง รอบที่ 2 “ย้ำ”การช่วยเหลือปชช.ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง

“เดินหน้า” ช่วยชาวบ้าน สู้ภัยโควิด-19 นิพนธ์ ร่วม สรรเพชญ เปิดครัวทำอาหารเลี้ยง รอบที่ 2 “ย้ำ”การช่วยเหลือปชช.ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง เช้าวันนี้ 4 พ.ค.63 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยผู้ดำเนินงาน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมจัดทำโรงครัวเพื่อร่วมผลิตอาหารข้าวบรรจุกล่อง พร้อมน้ำดื่ม นำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปในชุมชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ณ บริเวณศูนย์ช่วยเหลือวัดและชาวบ้าน สนองพระดำริ เจ้าพระคุณฯ สมเด็จพระสังฆราช ณ วัดหัวป้อมในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นรอบที่ 2 ของการแจกจ่ายอาหารให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยก่อนหน้านี้ รมช.มท. และนายสรรเพชญฯ ได้เปิดโรงครัวทำอาหารกล่องพร้อมรับประทาน พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพ ข้าวสาร น้ำดื่มฯลฯ เป็นประจำทุกวันแล้ว รมช.มท. กล่าวว่า “ครั้งนี้ได้มาเยี่ยมเยือนกลุ่มจิตอาสาในการทำข้าวกล่อง ให้กับชุมชนเทศบาลนครสงขลา หลังจากที่รัฐบาลได้มีมติต่อเนื่องไปอีกหนึ่งเดือน เห็นว่าพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ถึง 55 ชุมชน ยังมีความเดือดร้อนในเรื่องของอาหารการกิน วันนี้จึงได้เข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนของเหล่าจิตอาสา ซึ่งนับเป็นอีกเรี่ยวแรงหนึ่งที่มีความตั้งใจมาช่วย ผลิตอาหารกล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในชุมชนเทศบาลนครสงขลา ซึ่งก็จะมีทีมงานนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงในชุมชน โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาที่โรงครัวฯแห่งนี้” พร้อมนี้ รมช.มท. ยังได้เชิญชวนภาคเอกชนที่มีความพร้อมให้มาร่วมด้วยช่วยกันผลิตถุงยังชีพหรืออาหารกล่องพร้อมรับประทานนำไปแจกจ่ายในพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อีกด้วย

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ตั้งมั่นบรรเทาทุกข์เดินหน้าแจกถุงยังชีพ 2500 ชุด สู่ปัตตานี สู้ภัยโควิด พร้อมขอบคุณภาคปชช.ที่ไม่ทิ้งกัน ในยามยาก

สายวันนี้ 10 พ ค.2563 เวลา 09.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เดินทางไปยังสถานที่เก็บ และบรรจุถุงยังชีพ เพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มทยอยขนขึ้นรถ ซึ่งได้รับการสนับสนุนรถจาก ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต12 สงขลา จำนวน 3 คันในการขนถุงยังชีพนำไปส่งยังจังหวัดปัตตานี นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท.กล่าวว่า สำหรับในวันนี้ จะได้นำถุงยังขีพไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ วันนี้จะนำลงในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเดิมคาดการณ์ว่าจะนำส่งทีเดียวใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำหนักของยานพาหนะที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ จึงต้องทยอยจัดส่ง โดยในวันนี้ได้รับการสนับสนุนรถจาก ศูนย์ปภ.เขต12 สงขลา ในการนำรถมาข่วยบรรทุกข้าวสาร จำนวน 2500 ถุง ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ส่วนวันพรุ่งนี้ก็จะทยอยส่งลงพื้นที่จังหวัดยะลา นราธิวาส สตูลและสงขลา ต่อไป รมช.มท.กล่าวต่อว่า จึงขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งของที่ภาคประชาชน ผู้มีกำลังช่วยเหลือกันในยามนี้ บริจาคทั้งปลากระป๋องและข้าวสาร ซึ่งตนมาดำเนินการแพ็คใส่ถุงยังชีพ เพื่อแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยมีข้าวสาร 5 กิโล เป็นข้าวหอมจัสมิน และปลากระป๋อง 10 กระป๋อง นี่คือสิ่งที่พวกเราช่วยกันบรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ยังต้องเขิญชวนใครที่มีกำลังก็อยากให้ร่วมบริจาคสิ่งของ หรือจัดเป็นถุงยังชีพ และส่งไปให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่ยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้ อย่างน้อยทุกคนก็ยังมีข้าวรับประทาน ในช่วงที่ต้องฟันฝ่าวิกฤตโควิด-19 นี้อีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งในส่วนของการรับบริจาคนั้น รมช.มท.กล่าวว่า ตนไม่ได้เปิดทั่วไป แต่ถ้าใครอยากมาร่วมบริจาคก็สามารถทำได้ หรือจะจัดกันเองก็ได้ในกลุ่ม ซึ่ง ยากจะให้ช่วยกันในหลายๆพื้นที่ ซึ่งอย่างหนึ่งที่ต้องใสขณะนี้คืิต้องเร่งทำในส่วนของการแจกข้าวสารอาหารแห้ง นอกจากในเรื่องของถุงยังขีพแล้ว ตนยังได้ร่วมกับเครือข่ายทั้งหมด ออกโรงครัวปรุงอาหารทุกวัน และยังทำอย่างต่อเนื่อง ในการดูแลพื้นที่ขุมชนเมือง และก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ ดังนั่นฝ้งรอบนอกเราจะแจกถุงยังขีพ ซึ่งก็พยายามทำทุกรูปแบบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในสภาวะอย่างนี้ โดยในเบื้องต้นตั้งใจจะทำทั้งหมด 50,000 ชุด แต่ขณะนี้เป็นที่น่ายินดีว่า เราได้ปลากระป๋องมาเพิ่ม ก็อาจจะมีการเพิ่มขึ้น นอกจากปลากระป๋อง 500,000 กระป๋องแล้ว ขณะนี้ได้เพิ่มอีก 50,000 กระป๋อง เป็นปลากระป๋องซ๊อส ก็จะพยายามจัดลำเลียงไปในพื้นที่ต่างๆให้รวดเร็วที่สุด จึงต้องขอบคุณทุกฝ่าย ที่มาช่วยกันก็จะได้จัดส่งลงพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งได้มอบให้ ศอ.บต.นำลงพื้นที่ไปแจกจ่าย เพื่อที่จะข่วย กระจายออกไปให้ได้มากที่สุด

อ่านรายละเอียด

เปิดต้นแบบ “หน้ากากอนามัย” ผ่านมาตรฐาน สธ. สั่งท้องถิ่นเร่งผลิต 50 ล้านชิ้น แจกปชช.

วันนี้ 3 มี.ค.63 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่10/2563 มีการอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำหน้ากากอนามัยในการดำเนินโครงการพลังคนไทยร่วมใจป้องกันไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 225 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำหน้ากากอนามัยจำนวน 50 ล้านชิ้นเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ โดยให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 7,774 แห่งได้ดำเนินการผลิตเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำต้นแบบหน้ากากอนามัย(แบบผ้า)​ที่กลุ่มชาวบ้านได้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในครัวเรือนเพื่อใช้ป้องกันไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) และ ฝุ่นละออง โดยนำแสดงเพื่อให้เป็นตัวอย่างการผลิตนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ซึ่งต้นแบบหรือตัวอย่างที่นำมาแสดงแก่สื่อมวลชนนั้น ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข โดยภายในหน้ากาอนามัย(แบบผ้า)​นี้ ยังมีช่องสำหรับใส่แผ่นกรองความละเอียดเพื่อป้องกันได้มากขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทยจะประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว พร้อมทั้ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานไปยังเครือข่ายกลุ่มแม่บ้านและเครือข่ายOTOPชุมชน ให้ผลิตเพื่อรองรับการใช้งานให้ทันสถานการณ์เนื่องจากหน้ากากอนามัยที่มีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้นั้นหาได้ยากขึ้น และยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อีกด้วย

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือสวีเดน “การจัดการน้ำเสียของไทย” ยก อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร เป็นกรณีศึกษา

นิพนธ์ หารือสวีเดน “การจัดการน้ำเสียของไทย” ยก อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร เป็นกรณีศึกษา เมื่อเวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 สืบเนื่องจากการร่วมประชุมระดับสูงด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 (The 3rd Global Ministerial Conference on Road Safety) ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมคณะ ได้ประชุมร่วมกับ นายกริสเตอร์ นิลส์สัน(Krister Nilsson)​ ผู้ช่วยรัฐมนตรีการค้าต่างประเทศและกิจการนอร์ดิก ประเทศสวีเดน เพื่อหารือถึงแนวทางการจัดการน้ำเสียของประเทศไทย ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.2554 ประเทศไทย โดยองค์การจัดการน้ำเสีย ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากรัฐบาลสวีเดนในการทบทวนความเหมาะสมและการออกแบบรายละเอียดสำหรับโครงการบำบัดน้ำเสียรวมพื้นที่เทศบาลนครอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่ปรึกษาโครงการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. กล่าวอีกว่า การจัดการน้ำเสีย เป็นเรื่องจำเป็นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย จะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดรูปธรรม โดยขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียของทั้งประเทศ

อ่านรายละเอียด

การประชุมการบริหารจัดการภัยแล้งและเตรียมการเก็บน้ำฤดูฝนปี 2563

เมื่อวันที่2มีนาคม2563นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการวิชาการและแผน เข้าร่วมการประชุมการบริหารจัดการภัยแล้งและเตรียมการเก็บน้ำฤดูฝนปี2563 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อ่านรายละเอียด

ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการปฎิบัติการและผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมได้เดินทางไปตรวจผลการดำเนินงานของระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองสิงห์บุรี

เมื่อวันที่30มกราคม2563 ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการปฎิบัติการและผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมได้เดินทางไปตรวจผลการดำเนินงานของระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีและติดตามความก้าวหน้าในการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานไปใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม โดยสรุปดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานของระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองสิงห์บุรี สามารถบำบัดน้ำเสียได้คุณภาพตามมาตรฐาน 2.มีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานกลับไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรกรรม ปลูกข้าว จำนวน 100 กว่าไร่ เนื่องจากอยู่ในช่วงขาดแคลนน้ำใช้ และการนำไปรดน้ำต้นไม้เกาะกลางถนน

อ่านรายละเอียด

“เดินหน้า” ช่วยชาวบ้าน สู้ภัยโควิด-19 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ร่วม นายสรรเพชญ บุญญามณี (ผู้ช่วยผู้ดำเนินงาน นายชวน หลีกภัย) เปิดครัวทำอาหารเลี้ยง รอบที่ 2 “ย้ำ”การช่วยเหลือปชช.ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง

“เดินหน้า” ช่วยชาวบ้าน สู้ภัยโควิด-19 นิพนธ์ ร่วม สรรเพชญ เปิดครัวทำอาหารเลี้ยง รอบที่ 2 “ย้ำ”การช่วยเหลือปชช.ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง เช้าวันนี้ 4 พ.ค.63 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยผู้ดำเนินงาน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมจัดทำโรงครัวเพื่อร่วมผลิตอาหารข้าวบรรจุกล่อง พร้อมน้ำดื่ม นำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไปในชุมชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ณ บริเวณศูนย์ช่วยเหลือวัดและชาวบ้าน สนองพระดำริ เจ้าพระคุณฯ สมเด็จพระสังฆราช ณ วัดหัวป้อมในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นรอบที่ 2 ของการแจกจ่ายอาหารให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยก่อนหน้านี้ รมช.มท. และนายสรรเพชญฯ ได้เปิดโรงครัวทำอาหารกล่องพร้อมรับประทาน พร้อมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพ ข้าวสาร น้ำดื่มฯลฯ เป็นประจำทุกวันแล้ว รมช.มท. กล่าวว่า “ครั้งนี้ได้มาเยี่ยมเยือนกลุ่มจิตอาสาในการทำข้าวกล่อง ให้กับชุมชนเทศบาลนครสงขลา หลังจากที่รัฐบาลได้มีมติต่อเนื่องไปอีกหนึ่งเดือน เห็นว่าพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ถึง 55 ชุมชน ยังมีความเดือดร้อนในเรื่องของอาหารการกิน วันนี้จึงได้เข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนของเหล่าจิตอาสา ซึ่งนับเป็นอีกเรี่ยวแรงหนึ่งที่มีความตั้งใจมาช่วย ผลิตอาหารกล่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในชุมชนเทศบาลนครสงขลา ซึ่งก็จะมีทีมงานนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงในชุมชน โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาที่โรงครัวฯแห่งนี้” พร้อมนี้ รมช.มท. ยังได้เชิญชวนภาคเอกชนที่มีความพร้อมให้มาร่วมด้วยช่วยกันผลิตถุงยังชีพหรืออาหารกล่องพร้อมรับประทานนำไปแจกจ่ายในพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อีกด้วย

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ตั้งมั่นบรรเทาทุกข์เดินหน้าแจกถุงยังชีพ 2500 ชุด สู่ปัตตานี สู้ภัยโควิด พร้อมขอบคุณภาคปชช.ที่ไม่ทิ้งกัน ในยามยาก

สายวันนี้ 10 พ ค.2563 เวลา 09.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เดินทางไปยังสถานที่เก็บ และบรรจุถุงยังชีพ เพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มทยอยขนขึ้นรถ ซึ่งได้รับการสนับสนุนรถจาก ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต12 สงขลา จำนวน 3 คันในการขนถุงยังชีพนำไปส่งยังจังหวัดปัตตานี นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท.กล่าวว่า สำหรับในวันนี้ จะได้นำถุงยังขีพไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ วันนี้จะนำลงในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งเดิมคาดการณ์ว่าจะนำส่งทีเดียวใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำหนักของยานพาหนะที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ จึงต้องทยอยจัดส่ง โดยในวันนี้ได้รับการสนับสนุนรถจาก ศูนย์ปภ.เขต12 สงขลา ในการนำรถมาข่วยบรรทุกข้าวสาร จำนวน 2500 ถุง ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ส่วนวันพรุ่งนี้ก็จะทยอยส่งลงพื้นที่จังหวัดยะลา นราธิวาส สตูลและสงขลา ต่อไป รมช.มท.กล่าวต่อว่า จึงขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งของที่ภาคประชาชน ผู้มีกำลังช่วยเหลือกันในยามนี้ บริจาคทั้งปลากระป๋องและข้าวสาร ซึ่งตนมาดำเนินการแพ็คใส่ถุงยังชีพ เพื่อแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยมีข้าวสาร 5 กิโล เป็นข้าวหอมจัสมิน และปลากระป๋อง 10 กระป๋อง นี่คือสิ่งที่พวกเราช่วยกันบรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ยังต้องเขิญชวนใครที่มีกำลังก็อยากให้ร่วมบริจาคสิ่งของ หรือจัดเป็นถุงยังชีพ และส่งไปให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่ยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้ อย่างน้อยทุกคนก็ยังมีข้าวรับประทาน ในช่วงที่ต้องฟันฝ่าวิกฤตโควิด-19 นี้อีกสักระยะหนึ่ง ซึ่งในส่วนของการรับบริจาคนั้น รมช.มท.กล่าวว่า ตนไม่ได้เปิดทั่วไป แต่ถ้าใครอยากมาร่วมบริจาคก็สามารถทำได้ หรือจะจัดกันเองก็ได้ในกลุ่ม ซึ่ง ยากจะให้ช่วยกันในหลายๆพื้นที่ ซึ่งอย่างหนึ่งที่ต้องใสขณะนี้คืิต้องเร่งทำในส่วนของการแจกข้าวสารอาหารแห้ง นอกจากในเรื่องของถุงยังขีพแล้ว ตนยังได้ร่วมกับเครือข่ายทั้งหมด ออกโรงครัวปรุงอาหารทุกวัน และยังทำอย่างต่อเนื่อง ในการดูแลพื้นที่ขุมชนเมือง และก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ ดังนั่นฝ้งรอบนอกเราจะแจกถุงยังขีพ ซึ่งก็พยายามทำทุกรูปแบบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในสภาวะอย่างนี้ โดยในเบื้องต้นตั้งใจจะทำทั้งหมด 50,000 ชุด แต่ขณะนี้เป็นที่น่ายินดีว่า เราได้ปลากระป๋องมาเพิ่ม ก็อาจจะมีการเพิ่มขึ้น นอกจากปลากระป๋อง 500,000 กระป๋องแล้ว ขณะนี้ได้เพิ่มอีก 50,000 กระป๋อง เป็นปลากระป๋องซ๊อส ก็จะพยายามจัดลำเลียงไปในพื้นที่ต่างๆให้รวดเร็วที่สุด จึงต้องขอบคุณทุกฝ่าย ที่มาช่วยกันก็จะได้จัดส่งลงพื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งได้มอบให้ ศอ.บต.นำลงพื้นที่ไปแจกจ่าย เพื่อที่จะข่วย กระจายออกไปให้ได้มากที่สุด

อ่านรายละเอียด

เปิดต้นแบบ “หน้ากากอนามัย” ผ่านมาตรฐาน สธ. สั่งท้องถิ่นเร่งผลิต 50 ล้านชิ้น แจกปชช.

วันนี้ 3 มี.ค.63 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่10/2563 มีการอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำหน้ากากอนามัยในการดำเนินโครงการพลังคนไทยร่วมใจป้องกันไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 225 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดทำหน้ากากอนามัยจำนวน 50 ล้านชิ้นเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ โดยให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 7,774 แห่งได้ดำเนินการผลิตเพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำต้นแบบหน้ากากอนามัย(แบบผ้า)​ที่กลุ่มชาวบ้านได้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในครัวเรือนเพื่อใช้ป้องกันไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) และ ฝุ่นละออง โดยนำแสดงเพื่อให้เป็นตัวอย่างการผลิตนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ซึ่งต้นแบบหรือตัวอย่างที่นำมาแสดงแก่สื่อมวลชนนั้น ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข โดยภายในหน้ากาอนามัย(แบบผ้า)​นี้ ยังมีช่องสำหรับใส่แผ่นกรองความละเอียดเพื่อป้องกันได้มากขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทยจะประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว พร้อมทั้ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานไปยังเครือข่ายกลุ่มแม่บ้านและเครือข่ายOTOPชุมชน ให้ผลิตเพื่อรองรับการใช้งานให้ทันสถานการณ์เนื่องจากหน้ากากอนามัยที่มีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้นั้นหาได้ยากขึ้น และยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อีกด้วย

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือสวีเดน “การจัดการน้ำเสียของไทย” ยก อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร เป็นกรณีศึกษา

นิพนธ์ หารือสวีเดน “การจัดการน้ำเสียของไทย” ยก อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร เป็นกรณีศึกษา เมื่อเวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 สืบเนื่องจากการร่วมประชุมระดับสูงด้านความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 3 (The 3rd Global Ministerial Conference on Road Safety) ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมคณะ ได้ประชุมร่วมกับ นายกริสเตอร์ นิลส์สัน(Krister Nilsson)​ ผู้ช่วยรัฐมนตรีการค้าต่างประเทศและกิจการนอร์ดิก ประเทศสวีเดน เพื่อหารือถึงแนวทางการจัดการน้ำเสียของประเทศไทย ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.2554 ประเทศไทย โดยองค์การจัดการน้ำเสีย ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากรัฐบาลสวีเดนในการทบทวนความเหมาะสมและการออกแบบรายละเอียดสำหรับโครงการบำบัดน้ำเสียรวมพื้นที่เทศบาลนครอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่ปรึกษาโครงการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. กล่าวอีกว่า การจัดการน้ำเสีย เป็นเรื่องจำเป็นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย จะต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดรูปธรรม โดยขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียของทั้งประเทศ

อ่านรายละเอียด

การประชุมการบริหารจัดการภัยแล้งและเตรียมการเก็บน้ำฤดูฝนปี 2563

เมื่อวันที่2มีนาคม2563นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการวิชาการและแผน เข้าร่วมการประชุมการบริหารจัดการภัยแล้งและเตรียมการเก็บน้ำฤดูฝนปี2563 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อ่านรายละเอียด

ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการปฎิบัติการและผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมได้เดินทางไปตรวจผลการดำเนินงานของระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองสิงห์บุรี

เมื่อวันที่30มกราคม2563 ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการปฎิบัติการและผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมได้เดินทางไปตรวจผลการดำเนินงานของระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรีและติดตามความก้าวหน้าในการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานไปใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม โดยสรุปดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานของระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองสิงห์บุรี สามารถบำบัดน้ำเสียได้คุณภาพตามมาตรฐาน 2.มีการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานกลับไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรกรรม ปลูกข้าว จำนวน 100 กว่าไร่ เนื่องจากอยู่ในช่วงขาดแคลนน้ำใช้ และการนำไปรดน้ำต้นไม้เกาะกลางถนน

อ่านรายละเอียด