องค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย
ข่าวสารประชาสัมพันธ์จาก องค์การจัดการน้ำเสีย

หมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

อัพเดทล่าสุด

งานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติวันครบรอบ 21 ปี เหตุการณ์สึนามิ

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568 องค์การจัดการน้ำเสีย สำนักงานจัดการน้ำเสีย สาขากระบี่ เข้าร่วมงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติวันครบรอบ 21 ปี เหตุการณ์สึนามิ ณ บริเวณลานประติมากรรมปลาใบ เกาะพีพี โดยมีนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมกันวางดอกไม้แสดงความอาลัยแก่ผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งจัดพิธีทางศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม เพื่อสวดอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแด่ผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุการณ์สึนามิ

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำการประปานครหลวง ลงพื้นที่ พระโขนง จัดกิจกรรม ลดปล่อยน้ำเสียลงคู คลองสาธารณะ-เติมน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ลานอเนกประสงค์ วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เป็นประธานเปิดโครงการรวมใจรักษ์น้ำปี 2563 กิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูคลอง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 พร้อมด้วยนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ที่ปรึกษารมช.มหาดไทย นายอรัญ วงศ์อนันต์ คณะที่ปรึกษารมช.มท. และคณะทำงาน โดยมีนายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการประปานครหลวง นายเรืองเดช พงษ์จันทรโอ ผู้อำนวยการเขตพระโขนง และ ผู้อำนวยการโรงเรียนมูลนิธิวัดราษฎร์ศรัทธาธรรมสงเคราะห์ เข้าร่วมกิจกรรม นายนิพนธ์ กล่าวว่า กิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูคลอง” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่งการประปานครลวง(กปน.) รัฐวิสาหกิจของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ นายนิพนธ์ รมช.มท. มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาที่สะอาด คุณภาพดีให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยรับน้ำดิบจาก 2 แหล่ง คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลองเพื่อนำมาผลิตน้ำประปา ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) และนอกจากการผลิตน้ำประปาแล้วกปน.ยังให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ตลอดจนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยพบว่า คู คลองหลายแห่งประสบปัญหาการ ไหลเวียนของน้ำทำให้เกิดน้ำเน่าเสียส่งผลกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยกิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูคลอง” จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่ดีระหว่างการประปานครหลวงกับประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยหลักธรรมาภิบาลเกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ให้ความรู้ถึงเรื่องการอนุรักษ์แหล่งน้ำ และการไม่ปล่อยน้ำเสียลงคูคลองสาธารณะ รวมทั้งยังมีการเติมน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) ในคลองบ้านหลายเพื่อบำบัดปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสียในคลองดังกล่าว ด้วย “ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้น้ำเพราะน้ำทุกหยดมีคุณค่า รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำสาธารณะ ด้วยการบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนที่จะปล่อยลงในแม่น้ำลำคลอง ร่วมกันสร้างวินัยในครัวเรือน และขยายไปสู่ชุมชนโดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน และเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรน้ำอย่างสัมฤทธิ์ผลและยั่งยืนต่อไป” นายนิพนธ์ กล่าว จากนั้นรมช. และคณะ ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการกิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูกลอง” พร้อมมอบข้าวสารและข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มให้กับประชาชนในชุมชนพื้นที่เขต

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) แจกโฉนดที่ดิน จ.นครพนม พบ ชาวบ้านรอคอยกว่า 20 ปี พร้อม อำนวยความสะดวกปชช. เปิดสนง.ที่ดินสาขานาหว้า

เมื่อ เวลา 09.30 น. วันนี้(17 ก.ค.63) นายนิพนธ์  บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน ผวจ.นครพนม นายกอบจ.นครพนม  ร่วมเปิดสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขานาหว้า(ใหม่)​ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในการมาติดต่อราชการกับสำนักงานที่ดิน จากนั้นในเวลา 10.30 น. นายนิพนธ์ รมช.มท. และคณะได้เดินทางไปยังหอประชุมอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพื่อมอบโฉนดที่ดิน ตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” ณ หอประชุมอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จำนวน 150 แปลง ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2539 ราษฎรหมู่ที่ 2 ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ได้เรียกร้องเพื่อให้มีการออกเอกสารสิทธิ์ โดยได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของตนโดยอาศัยที่ไม่มีหลักฐาน แต่ไม่สามารถดำเนินการออก โฉนดที่ดินให้แล้วเสร็จได้ เนื่องจากตรวจสอบพื้นที่แล้วปรากฏว่า บริเวณท้องที่ดังกล่าวได้มีพระราช กฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอศรีสงคราม และกิ่งอำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2519 ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขต ที่ดิน ในท้องที่บางแห่งในเขตอำเภอนาทม อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2552 และยกเลิกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอศรีสงคราม และกิ่งอำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2519 โดยมีแผนที่แนบท้าย และเมื่อทำการ ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า บริเวณท้องที่ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ไม่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินอีกต่อไป ดังนั้น จึงได้ลงพื้นที่ดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรหมู่ 2 ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า ตามมาตรา 58ทวิ(3)แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน รวมทั้งสิ้นจำนวน 201 แปลง ทั้งนี้ ได้ดำเนินการเสร็จพร้อมที่จะมอบให้แก่ราษฎรแล้ว จำนวน 150 แปลง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สำหรับ การมอบโฉนดที่ดินในวันนี้ อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จำนวน 150 แปลง ซึ่งเป็นการออกเอกสารสิทธิ์จาก “พื้นที่ที่ไม่มีหลักฐาน” เนื้อที่ 60-3-20 ไร่ ราคาประเมินไร่ละ 400,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ประมาณ 24,320,000 บาท โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ราษฎรได้เข้าครอบครองทำประโยชน์เป็นที่อาศัย ปลูกบ้านเรือน เต็มแล้วทั้งหมู่บ้าน นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า การมอบโฉนดที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะทราบว่าพี่น้องประชาชนหลายท่านรอคอยมายาวนาน 20 ปีบ้่าง 30 ปีบ้าง ซึ่งเข้าใจดีว่า โฉนดที่ดินเปรียบเสมือนความหวังของพี่น้องประชาชนที่ต้องการจะมีเอกสารการครอบครองสิทธิ์ที่ดินที่ถูกต้องเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการทำกิน สร้างงาน สร้างรายได้ดูแลครอบครัวได้ต่อไป ในส่วนของงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนี้ ตนได้มีการผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อให้ขยายผลให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการเข้าถึงโอกาสทางทรัพยากรของประเทศ จะมีส่วนช่วยให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางสังคมลดลง แต่สิ่งสำคัญเมื่อพี่น้องประชาชนได้รับโฉนดที่ดินไปแล้ว ขอให้ดูแลรักษาไว้ให้ดี ใช้ทำกินให้เกิดประโยชน์ตามความประสงค์ และขอให้ช่วยกันดูแลรักษาพื้นที่ ดูแลทรัพย์สมบัติของชาติ ต่อไป

อ่านรายละเอียด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ขยับสร้างแนวร่วม! นายนิพนธ์ บุญญามณีนำถกเพชรบูรณ์ แกนนำ ปชป.เหนือหนุนพรึบ

ทั้งนี้เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ 4 กรกฎาคม 2563 ที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกิจการสาขา พร้อมด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ นายธนิตพล ไชยนันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรคฯ และกลุ่มแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุม โดยเป็นการพบปะกันเพื่อสนับสนุนการทำงานตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นเลขาธิการพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรค ที่ได้ทำงานในบทบาทของรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตามหลังจากที่นายจุรินทร์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประกาศนโยบายที่มุ่งเน้นการเมืองวิถีใหม่ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร “ทำแต่งาน” โดยชูยุทธศาสตร์ “ทำได้ไว ทำได้จริง” เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ด้านนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หนึ่งในแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า “กลุ่มภาคเหนือ พวกเราได้มีพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนหาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอยู่ตลอด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ทุกครั้งสะท้อนให้เห็นร่วมกันว่าเรื่องการส่งเสริมภาคการเกษตร อย่างนโยบาย ” เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เป็นสิ่งที่มุ่งเน้นที่จะยกระดับรายได้เกษตรกรให้มีความมั่นคงเป็นหลักประกันในการประกอบอาชีพ “อย่างการส่งออกสินค้า ผลิตภัณฑ์ไปขายยังต่างประเทศ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มรายได้แต่ยังมีส่วนช่วยเรื่องของการพัฒนาสินค้าไทยให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหากราคาพืชผลทางการเกษตรขายได้ราคา ประชาชนก็มีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภาคครัวเรือน เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน ซึ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่คนทุกกลุ่มไม่เฉพาะแต่เกษตรกรเท่านั้น” นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ก็เป็นปัญหาที่ถูกสอบถามและร้องขออันดับต้นๆจากประชาชนที่ต้องการให้เร่งดำเนินการเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์ในที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างหลักประกันในชีวิต อีกด้วย โดยสรุปก็คือ นโยบายต่างๆที่รัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงไปทำ ภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคฯจุรินทร์ นั้น แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นไปเพื่อการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง “จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ประชาชนต่างหลั่งไหลเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นนับหมื่นคนในช่วง1-2เดือนที่ผ่านมา รวมถึงกลุ่มแกนนำทางภาคเหนือก็พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานทุกอย่างเพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่มีคุณค่าให้แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป” ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ครั้งที่ 3/2563 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคได้มีมติให้มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2563 ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ฉะนั้นจึงน่าจับตาว่าการเดินสร้างแนวร่วมของนายจุรินทร์ เพื่อสร้างแรงหนุนหากต้องมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นั่นหมายถึงอาจให้เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วย

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) ร่วมแสดงความยินดี กับ เนชั่นทีวี Nation TV เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี

วันนี้ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) ร่วมแสดงความยินดี กับ เนชั่นทีวี Nation TV เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี วันที่ 1 มิถุนายน 2563  ณ อาคารอินเตอร์ลิงค์ ย่านบางนา

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​ ควง เลขาฯศอ.บต. บินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าพรุบาเจาะ ที่ จ.นราธิวาส พร้อมประชุมสั่งการเร่งดับไฟ ย้ำ ให้จนท.เฝ้าระวังสถานการณ์ฯ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 9.00 น.วันนี้(29 พ.ค.63)​ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. นั่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจความเสียหายไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะ ในพื้นที่อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส โดยไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะ นั้น ได้เกิดสถานการณ์มาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของนิคมสหกรณ์บาเจาะ ตำบลลุโบะบือซา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า 2,120 ไร่ จากนั้น ในเวลา 10น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. ได้ประชุมร่วมกับ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส, พล.ร.​ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้แทนโครงการชลประทานจังหวัดนราธิวาส สถานีควบคุมไฟป่า นิคมสหกรณ์บาเจาะ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ในที่ประชุม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับฟังการรายงานและแก้ไขสถานการณ์ไฟป่าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้บูรณาการปฏิบัติร่วมกันเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติในภาพรวม และ บริหารจัดการสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็วภายใน5-7วัน ในส่วนของการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ รมช.มท. ได้สั่งการให้ ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเพิ่มอีก 1 เครื่องจากเดิมที่ส่งไปแล้วจำนวน 2 เครื่อง และเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ ดำเนินการทันทีตั้งแต่เกิดสถานการณ์ พร้อมทั้ง ประสานงานร่วมกับศูนย์ชลประทาน เขต17. สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 สงขลา และหน่วยงานอื่นๆสนับสนุน เครื่องสูบน้ำขนาดตามความเหมาะสมของพื้นที่ รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ รถแบคโฮ เพื่อร่วมบูรณาการดับไฟป่า นอกจากนี้ ในส่วนพื้นที่ที่เข้าไปปฏิบัติงานได้ยากและมีความเสี่ยงสูง ได้มีการสั่งการให้ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง จากหมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ เข้าปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่อีกด้วย สำหรับพื้นที่ป่าพรุในเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 90,000 ไร่ โดยประมาณ และได้กันไว้เป็นป่าส่วนกลางไว้ร้อยละ 20 ของพื้นที่ โดยมีลำคลองกันเป็นแนวไว้เพื่อป้องกันชาวบ้านบุกรุกในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งการเกิดสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุอยู่ในขณะนี้ สามารถการไหม้ทั้งแนวราบและแนวดิ่งที่ลงลึกถึงตะกอนที่ทับถมในพื้นที่ป่าพรุ ส่งผลให้การดับไฟในที่ป่าพรุค่อนข้างยากลำบาก และอาจต้องใช้น้ำจำนวนมากเพื่อดับไฟป่าในครั้งนี้ และสถานการณ์โดยรวมยังคงมีไฟคุกรุ่นอยู่ และอาจมีแนวโน้มลุกลามอีก ซึ่งรมช.มท. ได้สั่งการกำชับการปฏิบัติให้มีการจัดเวรยามของชาวบ้านในพื้นที่ จนท.ปภ.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหน่วยสนับสนุนเครื่องจักรเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันและควบคุมสถานการณ์

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) ตรวจความพร้อม แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลกระบี่ เตรียมเปิดพื้นที่แบบ New Normal กำชับ จนท.- นทท. ให้ความร่วมมือ/ปฏิบัติตามมาตรการฯ ศบค. อย่างเคร่งครัด การ์ดต้องไม่ตก

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมสำหรับการเปิดเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลในจังหวัดกระบี่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ หัวอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลความพร้อมและสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้งนี้ ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019(โควิด-19)​ ที่ 6/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 โดยกำหนดกิจการ/กิจกรรม มาตรการควบคุมหลัก มาตรการเสริม ที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติมากขึ้น นั้น ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล เช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เกาะลันคา เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อการท่องเที่ยววิถีใหม่ โดยกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวผ่านการลงทะเบียนจองสิทธิ์ การโหลดแอพลิเคชั่นคิวคิว(QueQ)​ การจำกัดนักท่องเที่ยวลง 50 % เพื่อการตรวจสอบดูแลได้ทั่วถึง เป็นต้น รวมทั้งความพร้อมเพื่อการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหากเกิดกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ องค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.)​รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับของนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. นั้น ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียบนเกาะพีพี เพื่อรักษาสภาพระบบนิเวศบนเกาะ รองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากในแต่ละปี พร้อมทั้ง ยังได้ให้มีการศึกษา ออกแบบ ระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เพื่อการรักษาสภาพแวดล้อม อีกด้วย นิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า ” การเปิดพื้นที่ต่างๆขณะนี้ดำเนินไปเกือบครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกิจกรรม ที่ยังคงจำเป็นที่จะต้องชะลอไว้ก่อนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019(COVID-19) ระลอกใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ สำหรับการผ่อนปรนมาตรการระยะที่5 ตามที่ได้มีประกาศมีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น การปฏิบัติตามมาตรการในข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดยังเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายหาดและเกาะต่างๆ ของจังหวัดกระบี่เป็นที่ทราบกันดีว่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาตินิยมท่องเที่ยว เป็นที่รวมกันของกลุ่มคน เช่น การนั่งรถ เรือ เพื่อสัญจร การเล่นน้ำ การใช้ที่พัก เป็นต้น จึงทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ยังต้องคำนึงและระมัดระวังอย่างมาก การ์ดต้องไม่ตก เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำอีก นายนิพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า ” การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึง การเปิดพื้นที่ต่างๆ ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะ ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงให้แก่ภาคธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลก็เองตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจและพร้อมพิจารณาแนวทางผ่อนปรนการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้ยื่นเสนอมาในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเอง ตนได้กำชับการปฏิบัติไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ รวมถึงนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความพร้อมใน 2 เรื่อง คือ การดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ที่เปิดและผ่อนคลายให้ทำกิจกรรมไปแล้ว และดูแลในกิจกรรมใดที่มีหากมีการเรียกร้องและมีความพร้อม มีการเตรียมการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดฯได้ ให้เข้าช่วยเหลือและรายงานข้อเรียกร้องมายัง ศบค.ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอเรื่องไปยังคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ต่อไป

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำการประปานครหลวง ลงพื้นที่ พระโขนง จัดกิจกรรม ลดปล่อยน้ำเสียลงคู คลองสาธารณะ-เติมน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 ที่ลานอเนกประสงค์ วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เป็นประธานเปิดโครงการรวมใจรักษ์น้ำปี 2563 กิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูคลอง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 พร้อมด้วยนายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ที่ปรึกษารมช.มหาดไทย นายอรัญ วงศ์อนันต์ คณะที่ปรึกษารมช.มท. และคณะทำงาน โดยมีนายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการประปานครหลวง นายเรืองเดช พงษ์จันทรโอ ผู้อำนวยการเขตพระโขนง และ ผู้อำนวยการโรงเรียนมูลนิธิวัดราษฎร์ศรัทธาธรรมสงเคราะห์ เข้าร่วมกิจกรรม นายนิพนธ์ กล่าวว่า กิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูคลอง” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 68 พรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ซึ่งการประปานครลวง(กปน.) รัฐวิสาหกิจของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับดูแลของ นายนิพนธ์ รมช.มท. มีภารกิจหลักในการผลิตน้ำประปาที่สะอาด คุณภาพดีให้บริการประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยรับน้ำดิบจาก 2 แหล่ง คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลองเพื่อนำมาผลิตน้ำประปา ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) และนอกจากการผลิตน้ำประปาแล้วกปน.ยังให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ตลอดจนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยพบว่า คู คลองหลายแห่งประสบปัญหาการ ไหลเวียนของน้ำทำให้เกิดน้ำเน่าเสียส่งผลกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยกิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูคลอง” จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่ดีระหว่างการประปานครหลวงกับประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยหลักธรรมาภิบาลเกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ให้ความรู้ถึงเรื่องการอนุรักษ์แหล่งน้ำ และการไม่ปล่อยน้ำเสียลงคูคลองสาธารณะ รวมทั้งยังมีการเติมน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) ในคลองบ้านหลายเพื่อบำบัดปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสียในคลองดังกล่าว ด้วย “ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้น้ำเพราะน้ำทุกหยดมีคุณค่า รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำสาธารณะ ด้วยการบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนที่จะปล่อยลงในแม่น้ำลำคลอง ร่วมกันสร้างวินัยในครัวเรือน และขยายไปสู่ชุมชนโดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำชุมชน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชน และเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรน้ำอย่างสัมฤทธิ์ผลและยั่งยืนต่อไป” นายนิพนธ์ กล่าว จากนั้นรมช. และคณะ ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการกิจกรรม “กปน. รวมใจ ให้ความรู้ ฟื้นฟูกลอง” พร้อมมอบข้าวสารและข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มให้กับประชาชนในชุมชนพื้นที่เขต

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) แจกโฉนดที่ดิน จ.นครพนม พบ ชาวบ้านรอคอยกว่า 20 ปี พร้อม อำนวยความสะดวกปชช. เปิดสนง.ที่ดินสาขานาหว้า

เมื่อ เวลา 09.30 น. วันนี้(17 ก.ค.63) นายนิพนธ์  บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน ผวจ.นครพนม นายกอบจ.นครพนม  ร่วมเปิดสำนักงานที่ดินจังหวัดนครพนม สาขานาหว้า(ใหม่)​ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในการมาติดต่อราชการกับสำนักงานที่ดิน จากนั้นในเวลา 10.30 น. นายนิพนธ์ รมช.มท. และคณะได้เดินทางไปยังหอประชุมอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เพื่อมอบโฉนดที่ดิน ตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” ณ หอประชุมอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จำนวน 150 แปลง ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2539 ราษฎรหมู่ที่ 2 ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ได้เรียกร้องเพื่อให้มีการออกเอกสารสิทธิ์ โดยได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินของตนโดยอาศัยที่ไม่มีหลักฐาน แต่ไม่สามารถดำเนินการออก โฉนดที่ดินให้แล้วเสร็จได้ เนื่องจากตรวจสอบพื้นที่แล้วปรากฏว่า บริเวณท้องที่ดังกล่าวได้มีพระราช กฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอศรีสงคราม และกิ่งอำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2519 ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขต ที่ดิน ในท้องที่บางแห่งในเขตอำเภอนาทม อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอนาหว้า อำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์ และอำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2552 และยกเลิกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอศรีสงคราม และกิ่งอำเภอนาหว้า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2519 โดยมีแผนที่แนบท้าย และเมื่อทำการ ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า บริเวณท้องที่ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ไม่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินอีกต่อไป ดังนั้น จึงได้ลงพื้นที่ดำเนินการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรหมู่ 2 ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า ตามมาตรา 58ทวิ(3)แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน รวมทั้งสิ้นจำนวน 201 แปลง ทั้งนี้ ได้ดำเนินการเสร็จพร้อมที่จะมอบให้แก่ราษฎรแล้ว จำนวน 150 แปลง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สำหรับ การมอบโฉนดที่ดินในวันนี้ อยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม จำนวน 150 แปลง ซึ่งเป็นการออกเอกสารสิทธิ์จาก “พื้นที่ที่ไม่มีหลักฐาน” เนื้อที่ 60-3-20 ไร่ ราคาประเมินไร่ละ 400,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ประมาณ 24,320,000 บาท โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ราษฎรได้เข้าครอบครองทำประโยชน์เป็นที่อาศัย ปลูกบ้านเรือน เต็มแล้วทั้งหมู่บ้าน นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า การมอบโฉนดที่ดินให้แก่พี่น้องประชาชนนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะทราบว่าพี่น้องประชาชนหลายท่านรอคอยมายาวนาน 20 ปีบ้่าง 30 ปีบ้าง ซึ่งเข้าใจดีว่า โฉนดที่ดินเปรียบเสมือนความหวังของพี่น้องประชาชนที่ต้องการจะมีเอกสารการครอบครองสิทธิ์ที่ดินที่ถูกต้องเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการทำกิน สร้างงาน สร้างรายได้ดูแลครอบครัวได้ต่อไป ในส่วนของงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการนี้ ตนได้มีการผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อให้ขยายผลให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการเข้าถึงโอกาสทางทรัพยากรของประเทศ จะมีส่วนช่วยให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางสังคมลดลง แต่สิ่งสำคัญเมื่อพี่น้องประชาชนได้รับโฉนดที่ดินไปแล้ว ขอให้ดูแลรักษาไว้ให้ดี ใช้ทำกินให้เกิดประโยชน์ตามความประสงค์ และขอให้ช่วยกันดูแลรักษาพื้นที่ ดูแลทรัพย์สมบัติของชาติ ต่อไป

อ่านรายละเอียด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ขยับสร้างแนวร่วม! นายนิพนธ์ บุญญามณีนำถกเพชรบูรณ์ แกนนำ ปชป.เหนือหนุนพรึบ

ทั้งนี้เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ 4 กรกฎาคม 2563 ที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกิจการสาขา พร้อมด้วย นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ นายธนิตพล ไชยนันทร์ อดีตกรรมการบริหารพรรคฯ และกลุ่มแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุม โดยเป็นการพบปะกันเพื่อสนับสนุนการทำงานตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นเลขาธิการพรรค รวมถึงกรรมการบริหารพรรค ที่ได้ทำงานในบทบาทของรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตามหลังจากที่นายจุรินทร์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประกาศนโยบายที่มุ่งเน้นการเมืองวิถีใหม่ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร “ทำแต่งาน” โดยชูยุทธศาสตร์ “ทำได้ไว ทำได้จริง” เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ด้านนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล หนึ่งในแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า “กลุ่มภาคเหนือ พวกเราได้มีพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนหาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอยู่ตลอด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ทุกครั้งสะท้อนให้เห็นร่วมกันว่าเรื่องการส่งเสริมภาคการเกษตร อย่างนโยบาย ” เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” เป็นสิ่งที่มุ่งเน้นที่จะยกระดับรายได้เกษตรกรให้มีความมั่นคงเป็นหลักประกันในการประกอบอาชีพ “อย่างการส่งออกสินค้า ผลิตภัณฑ์ไปขายยังต่างประเทศ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มรายได้แต่ยังมีส่วนช่วยเรื่องของการพัฒนาสินค้าไทยให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหากราคาพืชผลทางการเกษตรขายได้ราคา ประชาชนก็มีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภาคครัวเรือน เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน ซึ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่คนทุกกลุ่มไม่เฉพาะแต่เกษตรกรเท่านั้น” นอกจากนี้ ในส่วนของปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ก็เป็นปัญหาที่ถูกสอบถามและร้องขออันดับต้นๆจากประชาชนที่ต้องการให้เร่งดำเนินการเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์ในที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างหลักประกันในชีวิต อีกด้วย โดยสรุปก็คือ นโยบายต่างๆที่รัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงไปทำ ภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคฯจุรินทร์ นั้น แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นไปเพื่อการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง “จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ประชาชนต่างหลั่งไหลเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นนับหมื่นคนในช่วง1-2เดือนที่ผ่านมา รวมถึงกลุ่มแกนนำทางภาคเหนือก็พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานทุกอย่างเพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่มีคุณค่าให้แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป” ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ครั้งที่ 3/2563 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคได้มีมติให้มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2563 ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ฉะนั้นจึงน่าจับตาว่าการเดินสร้างแนวร่วมของนายจุรินทร์ เพื่อสร้างแรงหนุนหากต้องมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ นั่นหมายถึงอาจให้เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ด้วย

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) ร่วมแสดงความยินดี กับ เนชั่นทีวี Nation TV เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี

วันนี้ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) ร่วมแสดงความยินดี กับ เนชั่นทีวี Nation TV เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี วันที่ 1 มิถุนายน 2563  ณ อาคารอินเตอร์ลิงค์ ย่านบางนา

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​ ควง เลขาฯศอ.บต. บินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าพรุบาเจาะ ที่ จ.นราธิวาส พร้อมประชุมสั่งการเร่งดับไฟ ย้ำ ให้จนท.เฝ้าระวังสถานการณ์ฯ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 9.00 น.วันนี้(29 พ.ค.63)​ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. นั่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจความเสียหายไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะ ในพื้นที่อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส โดยไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะ นั้น ได้เกิดสถานการณ์มาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของนิคมสหกรณ์บาเจาะ ตำบลลุโบะบือซา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า 2,120 ไร่ จากนั้น ในเวลา 10น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. ได้ประชุมร่วมกับ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส, พล.ร.​ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้แทนโครงการชลประทานจังหวัดนราธิวาส สถานีควบคุมไฟป่า นิคมสหกรณ์บาเจาะ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ในที่ประชุม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับฟังการรายงานและแก้ไขสถานการณ์ไฟป่าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้บูรณาการปฏิบัติร่วมกันเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติในภาพรวม และ บริหารจัดการสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็วภายใน5-7วัน ในส่วนของการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ รมช.มท. ได้สั่งการให้ ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเพิ่มอีก 1 เครื่องจากเดิมที่ส่งไปแล้วจำนวน 2 เครื่อง และเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ ดำเนินการทันทีตั้งแต่เกิดสถานการณ์ พร้อมทั้ง ประสานงานร่วมกับศูนย์ชลประทาน เขต17. สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 สงขลา และหน่วยงานอื่นๆสนับสนุน เครื่องสูบน้ำขนาดตามความเหมาะสมของพื้นที่ รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ รถแบคโฮ เพื่อร่วมบูรณาการดับไฟป่า นอกจากนี้ ในส่วนพื้นที่ที่เข้าไปปฏิบัติงานได้ยากและมีความเสี่ยงสูง ได้มีการสั่งการให้ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง จากหมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ เข้าปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่อีกด้วย สำหรับพื้นที่ป่าพรุในเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 90,000 ไร่ โดยประมาณ และได้กันไว้เป็นป่าส่วนกลางไว้ร้อยละ 20 ของพื้นที่ โดยมีลำคลองกันเป็นแนวไว้เพื่อป้องกันชาวบ้านบุกรุกในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งการเกิดสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุอยู่ในขณะนี้ สามารถการไหม้ทั้งแนวราบและแนวดิ่งที่ลงลึกถึงตะกอนที่ทับถมในพื้นที่ป่าพรุ ส่งผลให้การดับไฟในที่ป่าพรุค่อนข้างยากลำบาก และอาจต้องใช้น้ำจำนวนมากเพื่อดับไฟป่าในครั้งนี้ และสถานการณ์โดยรวมยังคงมีไฟคุกรุ่นอยู่ และอาจมีแนวโน้มลุกลามอีก ซึ่งรมช.มท. ได้สั่งการกำชับการปฏิบัติให้มีการจัดเวรยามของชาวบ้านในพื้นที่ จนท.ปภ.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหน่วยสนับสนุนเครื่องจักรเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันและควบคุมสถานการณ์

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2) ตรวจความพร้อม แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลกระบี่ เตรียมเปิดพื้นที่แบบ New Normal กำชับ จนท.- นทท. ให้ความร่วมมือ/ปฏิบัติตามมาตรการฯ ศบค. อย่างเคร่งครัด การ์ดต้องไม่ตก

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมสำหรับการเปิดเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลในจังหวัดกระบี่ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ หัวอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลความพร้อมและสถานการณ์ในพื้นที่ ทั้งนี้ ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019(โควิด-19)​ ที่ 6/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 โดยกำหนดกิจการ/กิจกรรม มาตรการควบคุมหลัก มาตรการเสริม ที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติมากขึ้น นั้น ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล เช่น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เกาะลันคา เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อการท่องเที่ยววิถีใหม่ โดยกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวผ่านการลงทะเบียนจองสิทธิ์ การโหลดแอพลิเคชั่นคิวคิว(QueQ)​ การจำกัดนักท่องเที่ยวลง 50 % เพื่อการตรวจสอบดูแลได้ทั่วถึง เป็นต้น รวมทั้งความพร้อมเพื่อการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหากเกิดกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ องค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.)​รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับของนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. นั้น ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียบนเกาะพีพี เพื่อรักษาสภาพระบบนิเวศบนเกาะ รองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากในแต่ละปี พร้อมทั้ง ยังได้ให้มีการศึกษา ออกแบบ ระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เพื่อการรักษาสภาพแวดล้อม อีกด้วย นิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า ” การเปิดพื้นที่ต่างๆขณะนี้ดำเนินไปเกือบครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีบางกิจกรรม ที่ยังคงจำเป็นที่จะต้องชะลอไว้ก่อนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019(COVID-19) ระลอกใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ สำหรับการผ่อนปรนมาตรการระยะที่5 ตามที่ได้มีประกาศมีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น การปฏิบัติตามมาตรการในข้อควรระวังอย่างเคร่งครัดยังเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายหาดและเกาะต่างๆ ของจังหวัดกระบี่เป็นที่ทราบกันดีว่านักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาตินิยมท่องเที่ยว เป็นที่รวมกันของกลุ่มคน เช่น การนั่งรถ เรือ เพื่อสัญจร การเล่นน้ำ การใช้ที่พัก เป็นต้น จึงทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ยังต้องคำนึงและระมัดระวังอย่างมาก การ์ดต้องไม่ตก เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำอีก นายนิพนธ์ ยังกล่าวอีกว่า ” การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึง การเปิดพื้นที่ต่างๆ ก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะ ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงให้แก่ภาคธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลก็เองตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจและพร้อมพิจารณาแนวทางผ่อนปรนการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้ยื่นเสนอมาในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเอง ตนได้กำชับการปฏิบัติไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ รวมถึงนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความพร้อมใน 2 เรื่อง คือ การดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ที่เปิดและผ่อนคลายให้ทำกิจกรรมไปแล้ว และดูแลในกิจกรรมใดที่มีหากมีการเรียกร้องและมีความพร้อม มีการเตรียมการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดฯได้ ให้เข้าช่วยเหลือและรายงานข้อเรียกร้องมายัง ศบค.ของกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอเรื่องไปยังคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ต่อไป

อ่านรายละเอียด