Mourning Ribbon
องค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย
ข่าวสารจากองค์กร
อัพเดทล่าสุด

อจน. ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 08.15 น. ที่ศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาะสีชัง ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี องค์การจัดการน้ำเสีย โดยนายปัณณพัฒน์ จันทร์เจริญสุข รองผู้อำนวยการวิชาการและแผน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดย พล.อ.อ.สถิตพงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการลงพื้นที่ ภายหลังจากการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานฯ คณะได้ลงพื้นที่ศูนย์กำจัดขยะเทศบาลตำบลเกาะสีชัง และเดินทางไปปลูกต้นไม้ประจำถิ่น ณ มณฑปรอยพระพุทธบาท แล้วมอบจักรยานยนต์ไฟฟ้า และรับฟังบรรยายมาตรการรักษาความปลอดภัยประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมมอบสิ่งของให้แก่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่ ณ สถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง ในการนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ตามแผนแม่บทการพัฒนา ทั้งหน่วยงานตามภารกิจ (Function) และหน่วยงานในเชิงพื้นที่ (Area) ผ่านกลไกคณะทำงานโครงการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี มีผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งในขณะนี้มีภาพรวมการดำเนินการ 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดย “การประปาส่วนภูมิภาค” ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำ Reverse Osmosis (RO) พร้อมระบบท่อส่งน้ำ (ใหม่) และโครงการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบแก้ไขปัญหาระบบประปาในพื้นที่เกาะสีชัง และ “องค์การจัดการน้ำเสีย” ดำเนินโครงการระบบบำบัดน้ำเสียเกาะสีชัง แบ่งเป็น สถานีสูบน้ำเสียที่ 1 หน้าสถานีตำรวจเกาะสีชัง และสถานีสูบน้ำเสียที่ 2 หลังร้านซันคาเฟ่ (Sun cafe) และ “กรมโยธาธิการและผังเมือง” ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่เกาะสีชัง ระยะที่ 2 จำแนกเป็น การวางท่อส่งน้ำประปา ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก และก่อสร้างลานอเนกประสงค์ โดยมีความก้าวหน้าภาพรวมคิดเป็นร้อยละ 82 2. ด้านการบริหารจัดการไฟฟ้า “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” ดำเนินโครงการพัฒนาระบบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบไมโครกริด และ 3. ด้านการบริหารจัดการขยะ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” ได้กำหนดมาตรการในการจัดการขยะของเกาะสีชังอย่างครบวงจร ทั้งด้านการจัดการขยะต้นทาง กลางทาง และปลายทาง โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณขยะตั้งแต่แหล่งกำเนิด ผ่านการคัดแยกขยะอินทรีย์ ตามโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน การขับเคลื่อน “เกาะสีชังปลอดโฟม (No Foam)” และการส่งเสริมหน่วยงานปลอดขยะ (Zero Waste Office) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ และเทศบาลเกาะสีชังได้มีแผนเพิ่มศักยภาพการกำจัดขยะด้วยการพัฒนาเตาเผาขยะแบบหมดจด รองรับปริมาณขยะในระยะยาว

อ่านรายละเอียด

สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาญจนบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จัดกิจกรรมการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 องค์การจัดการน้ำเสีย โดยสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาญจนบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จัดกิจกรรมการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ณ โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านบ่อ) ในพระสังฆราชูปถัมภ์ จำนวน 200 คน และโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านชุกกุ่ม) จำนวน 50 คน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วม ให้กับนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

อ่านรายละเอียด

สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาสงขลา ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครสงขลา ครั้งที่ 2/2563

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 10.30 น. องค์การจัดการน้ำเสีย โดยสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาสงขลา ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครสงขลา ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมสารภี 1 ชั้น 2 เทศบาลนครสงขลา โดยมีนายสมศักดิ์ ตัณติเศรณี นายกเทศบาลนครสงขลา เป็นประธาน นายนิวัฒน์ สุขศิริ ปลัดเทศบาลนครสงขลา, นายธวัชชัย ประดิษฐอกฤษฎ์ ผู้อำนวยการส่วนช่างสุขาภิบาล,นายปัณณพัฒน์ จันทร์เจริญสุข ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการน้ำเสีย 2 นางปนัดดา ภาณุทัต ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการจัดเก็บรายได้,นายนรินทร์ รองโสภา รักษาการผู้จัดการสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาสงขลา, พนักงานสาขาสงขลาเเละหาดใหญ่, เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16, เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

อ่านรายละเอียด

สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาบางเสร่ ให้การตัอนรับองค์การบริหารส่วนตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบางเสร่ องค์การจัดการน้ำเสีย โดยสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาบางเสร่ ให้การตัอนรับองค์การบริหารส่วนตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จำนวน 35 คน ที่เข้าศึกษาดูงานการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนของเทศบาลตำบลบางเสร่

อ่านรายละเอียด

ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสียได้เดินทางเข้าประชุมกับ คณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์อิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ของรัฐสภา ที่เทศบาลตำบลปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 6-8 ธันวาคม  2563 นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสียได้เดินทางเข้าประชุมกับ คณะกรรมาธิการ  กิจการศาล องค์อิสระ  องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ของรัฐสภา  ที่เทศบาลตำบลปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  โดยมี ส่วนราชการ เข้าร่วม ได้แก่  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เทศบาลตำบลปาย  โดยได้มีการหารือ เพื่อดำเนินการ  บริหารจัดการ น้ำเสียชุมชน ระหว่างองค์การจัดการน้ำเสียและเทศบาลเมืองแม่ฮองสอนและเทศบาลตำบลปายที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้ความนิยม เพื่อเป็นการร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่จะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวในอนาคต

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ชื่นชม ท้องถิ่นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนและร่วมแก้ไขปัญหา COVID-19 แนะ ปรับตัวให้ก้าวทันเทคโนโลยี พร้อมฝาก ให้รักษาชีวิตลดการตายบนท้องถนน

นิพนธ์ฯ ชื่นชม ท้องถิ่นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนและร่วมแก้ไขปัญหา COVID-19 แนะ ปรับตัวให้ก้าวทันเทคโนโลยี พร้อมฝาก ให้รักษาชีวิตลดการตายบนท้องถนน เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2563 ที่โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต  นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยครั้งที่ 3 ประจำปี 2563 โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจสุวรรณ ศุภพนา นายกสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และบุคลากรของเทศบาล จำนวนกว่า 3,500 คนเข้าร่วมการประชุม นายนิพนธ์ กล่าวว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือหน่วยงานปกครองที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้มากที่สุด เทศบาลจึงมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยถือว่า กลไกท้องถิ่นจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทุกด้าน หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถปกครองตนเองมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ก็ย่อมทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ทันกับสถานการณ์ ทั้งจากสถานการณ์ที่เกิดจากภัยพิบัติ ปัญหาในด้านสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญทางกลไกของท้องถิ่นและท้องที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนและสนับสนุนภารกิจต่างๆของท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่การแก้ไข พร้อมยกระดับการปกครองท้องถิ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมต่างๆให้ทันกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โลกในอนาคตจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีมากขึ้น ทำอย่างไรให้ชุมชนมีการปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป และสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ชุมชนในภายภาคหน้า ท้องถิ่นต้องให้ความรู้ชุมชน เพื่อสร้างความรู้และพัฒนาทักษะด้าน e-Commerce ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล ที่จะนำไปสู่การเพิ่มโอกาสในการแข่งขันด้านการตลาดเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน” นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า “ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นี้จึงขอฝากเรื่องรักษาชีวิตสร้างความปลอดภัยเพื่อลดการตายบนท้องถนนทุกคนต้องช่วยกันดูแล แม้ว่าตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจะลดลงจาก 22,000 ราย/ปี เหลือ 15,000 ราย/ปี ซึ่งถือว่าตัวเลขยังสูงอยู่เมื่อเปรียบเทียบการสูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์ต่างๆ ขอโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องทุกท่านได้ตระหนักถึงการใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถจักรยานยนต์ ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนนมากที่สุด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมมือกันและถอดบทเรียนความสำเร็จจากการแก้ไขปัญหาโควิด-19 มาใช้ในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตราย รวมถึงแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)”

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่ นราธิวาสเตรียมแผนรับมืออุทกภัย-ภัยแล้ง-ไฟป่าพรุ พร้อม กำชับ เร่งรัดเดินสำรวจออกโฉนดฯ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2)  ลงพื้นที่ นราธิวาสเตรียมแผนรับมืออุทกภัย-ภัยแล้ง-ไฟป่าพรุ พร้อม กำชับ เร่งรัดเดินสำรวจออกโฉนดฯ และแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐทับซ้อนที่ดินประชาชน พร้อม ผลักดันการก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-มาเลย์เต็มพื้นที่   เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (11ก.ย.63) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามความพร้อม แผนบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ด้านอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า รวมถึงการติดตามการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินของราษฎร ในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดีทับซ้อนที่ดินของรัฐ ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดี เข้าร่วมประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงาน โดย รมช.มท. ได้มอบนโยบายในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า ว่า “รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือป้องกันเผชิญเหตุ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งด้านหน่วยปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งในส่วนของด้านกำลังพล เครื่องจักรกล งานระบบสื่อสารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัย ภัยแล้ง ไฟป่าที่อาจเกิดขึ้น ตั้งแต่ให้มีการทบทวนและปรับปรุงแผนที่อุทกภัยของจังหวัดให้สอดคล้องกับอุทกภัยสถานการณ์ปัจจุบัน โดยหน่วยงานต่างๆต้องตรวจสอบและเตรียมความพร้อม วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือสื่อสาร เครื่องมือแจ้งเตือนภัย ให้มีความพร้อมใช้งาน และต้องมีการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย เส้นทางอพยพชั่วคราว ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตลอดจนการซักซ้อมความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ และประชาชน ถึงแนวทางปฏิบัติ เพื่อลดความสับสน รวมถึงเร่งทำการขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ ให้สามารถรองรับน้ำ และระบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดช่องทางแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบทางสื่อต่างๆ ทั้งของชุมชน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเตรียมความพร้อม จึงเป็นกลไกที่สำคัญ ที่จะทำให้การปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถลดความสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ รวมถึงความสำคัญกับการแจ้งเตือนภัยอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และเข้าถึงประชาชนได้ตรงจุด การสร้างเครือข่ายประชาสังคม อาสาสมัคร กู้ภัยในพื้นที่ ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการ จัดการในภาวะฉุกเฉินตามแผนที่กำหนด รวมถึงการซักซ้อมแผนให้พร้อมดูแลประชาชน และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ” ทั้งนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2) ยังได้ฝากในเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน ว่า “ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้การเสียชีวิตบนท้องถนน มีจำนวนประมาณหมื่นกว่ารายแล้ว ฉะนั้นจึงถือเป็นภัยที่คุกคาม ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย ดังนั้นเรื่องการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ยังคงเป็นภารกิจที่ต้องขอความร่วมมือที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือระหว่างท้องที่ และ ท้องถิ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดตลอดทั้งปี และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ความสำคัญ กับการออกแบบการแก้ปัญหาจุดเสี่ยง จุดอันตราย ในถนนที่รับผิดชอบ ให้มีความปลอดภัย และกำหนดให้มีการประชุม ศปถ.จังหวัด ศปถ.อำเภอ และศปถ.อปท. เป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2) ยังได้ติดตามในเรื่องโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโกลกในระยะที่ 1 ซึ่งก้าวหน้าไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้วส่วนระยะที่ 2 ก็จะดำเนินการต่อจากระยะที่ 1 ต่อไป และยังได้รับทราบความประสงค์ของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสในเรื่องแนวรั้วชายแดนกับด่านพรมแดน ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ว่าความประสงค์ที่จะให้ดำเนินการต่อเนื่องไปถึงพื้นที่อำเภอตากใบ ซึ่งคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุนั้น ก็ทราบว่าทั้งชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีแผนงานที่ชัดเจน ในส่วนของเรื่องปัญหาที่ดิน การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นนโยบายของรัฐบาลในการที่จะมาดูแล แก้ปัญหาในเรื่องของการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีปัญหาทับซ้อนระหว่างที่ดินของรัฐ กับที่ดินของประชาชน วันนี้ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปกำหนดแนวเขตระหว่างที่ดินของรัฐไม่ว่าจะเป็นที่ดินป่าไม้ หรือป่าพรุ ที่ดินเขตห้ามล่าทั้งหลายทั้งปวง กับที่ดินของประชาชน ที่ดินใดมีข้อพิพาทอยู่แล้วและไม่ใช่ที่ดินของรัฐ ผมในฐานะที่ดูแลกรมที่ดิน ก็มีความประสงค์จะเร่งรัดที่จะออกเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชน อันนี้ก็ยังเดินหน้าต่อ เมื่อเราทราบแนวเขตแล้วก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาออกสำรวจรังวัด ออกเอกสารสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนของที่ดินของรัฐซึ่งประชาชนไม่สามารถพิสูจน์สิทธิ์ได้ว่าถือการครอบครองมาก่อน ก็จะต้องนำไปสู่กระบวนการที่นำไปสู่ คทช.ที่เรียกว่าเป็นกฎหมายที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลออกมาใหม่เป็นเครื่องมือในการดูแลจัดการเรื่องที่ดินทำอย่างไรจะให้พี่น้องประชาชนแม้จะไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาก่อนก็ถือว่าพี่น้องในชุมชนนั้น หรือว่าในนามองค์กรนั้นๆ เขาสามารถเข้าไปทำประโยชน์ได้ จะเป็นการเช่าก็ดีหรือจะเป็นตามข้อตกลงกัน แต่เขาจะไม่อยู่ในฐานะผู้บุกรุก นี่คือสิ่งที่แสดงความประสงค์ และให้มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาในเรื่องที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ถือว่ามาทั้งเรื่องอุทกภัยและมาทั้งเรื่องของที่ดินรวมถึงขอความกรุณาผวจ.นราธิวาสให้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งถือว่ามีสถิติการเสียชีวิตที่สูงอยู่ อยากจะเห็นทุกฝ่ายได้ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นกลไกของ ศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนระดับจังหวัดศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนอำเภอศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการที่จะดูแล เราประสบผลความสำเร็จในเรื่องของ covid-19 เพราะทุกฝ่ายบูรณาการกัน จึงอยากเห็นการบูรณาการแบบนี้ในทุกภารกิจของประเทศที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

อ่านรายละเอียด

สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาญจนบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จัดกิจกรรมการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 องค์การจัดการน้ำเสีย โดยสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขากาญจนบุรี ร่วมกับเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จัดกิจกรรมการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ณ โรงเรียนเทศบาล 3 (บ้านบ่อ) ในพระสังฆราชูปถัมภ์ จำนวน 200 คน และโรงเรียนเทศบาล 4 (บ้านชุกกุ่ม) จำนวน 50 คน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วม ให้กับนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

อ่านรายละเอียด

สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาสงขลา ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครสงขลา ครั้งที่ 2/2563

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 10.30 น. องค์การจัดการน้ำเสีย โดยสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาสงขลา ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครสงขลา ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุมสารภี 1 ชั้น 2 เทศบาลนครสงขลา โดยมีนายสมศักดิ์ ตัณติเศรณี นายกเทศบาลนครสงขลา เป็นประธาน นายนิวัฒน์ สุขศิริ ปลัดเทศบาลนครสงขลา, นายธวัชชัย ประดิษฐอกฤษฎ์ ผู้อำนวยการส่วนช่างสุขาภิบาล,นายปัณณพัฒน์ จันทร์เจริญสุข ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการน้ำเสีย 2 นางปนัดดา ภาณุทัต ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการจัดเก็บรายได้,นายนรินทร์ รองโสภา รักษาการผู้จัดการสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาสงขลา, พนักงานสาขาสงขลาเเละหาดใหญ่, เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16, เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

อ่านรายละเอียด

สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาบางเสร่ ให้การตัอนรับองค์การบริหารส่วนตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลบางเสร่ องค์การจัดการน้ำเสีย โดยสำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาบางเสร่ ให้การตัอนรับองค์การบริหารส่วนตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จำนวน 35 คน ที่เข้าศึกษาดูงานการมีส่วนร่วมการบริหารจัดการน้ำเสียชุมชนของเทศบาลตำบลบางเสร่

อ่านรายละเอียด

ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสียได้เดินทางเข้าประชุมกับ คณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์อิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ของรัฐสภา ที่เทศบาลตำบลปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 6-8 ธันวาคม  2563 นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสียได้เดินทางเข้าประชุมกับ คณะกรรมาธิการ  กิจการศาล องค์อิสระ  องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ของรัฐสภา  ที่เทศบาลตำบลปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  โดยมี ส่วนราชการ เข้าร่วม ได้แก่  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน เทศบาลตำบลปาย  โดยได้มีการหารือ เพื่อดำเนินการ  บริหารจัดการ น้ำเสียชุมชน ระหว่างองค์การจัดการน้ำเสียและเทศบาลเมืองแม่ฮองสอนและเทศบาลตำบลปายที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้ความนิยม เพื่อเป็นการร่วมกันป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำเสียที่จะเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวในอนาคต

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ชื่นชม ท้องถิ่นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนและร่วมแก้ไขปัญหา COVID-19 แนะ ปรับตัวให้ก้าวทันเทคโนโลยี พร้อมฝาก ให้รักษาชีวิตลดการตายบนท้องถนน

นิพนธ์ฯ ชื่นชม ท้องถิ่นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชนและร่วมแก้ไขปัญหา COVID-19 แนะ ปรับตัวให้ก้าวทันเทคโนโลยี พร้อมฝาก ให้รักษาชีวิตลดการตายบนท้องถนน เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2563 ที่โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต  นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยครั้งที่ 3 ประจำปี 2563 โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจสุวรรณ ศุภพนา นายกสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และบุคลากรของเทศบาล จำนวนกว่า 3,500 คนเข้าร่วมการประชุม นายนิพนธ์ กล่าวว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือหน่วยงานปกครองที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้มากที่สุด เทศบาลจึงมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยถือว่า กลไกท้องถิ่นจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทุกด้าน หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถปกครองตนเองมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ก็ย่อมทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ทันกับสถานการณ์ ทั้งจากสถานการณ์ที่เกิดจากภัยพิบัติ ปัญหาในด้านสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญทางกลไกของท้องถิ่นและท้องที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนและสนับสนุนภารกิจต่างๆของท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่การแก้ไข พร้อมยกระดับการปกครองท้องถิ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมต่างๆให้ทันกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าวิถีชีวิตของประชาชนในชุมชนในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โลกในอนาคตจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีมากขึ้น ทำอย่างไรให้ชุมชนมีการปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป และสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ชุมชนในภายภาคหน้า ท้องถิ่นต้องให้ความรู้ชุมชน เพื่อสร้างความรู้และพัฒนาทักษะด้าน e-Commerce ในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล ที่จะนำไปสู่การเพิ่มโอกาสในการแข่งขันด้านการตลาดเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน” นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า “ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นี้จึงขอฝากเรื่องรักษาชีวิตสร้างความปลอดภัยเพื่อลดการตายบนท้องถนนทุกคนต้องช่วยกันดูแล แม้ว่าตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจะลดลงจาก 22,000 ราย/ปี เหลือ 15,000 ราย/ปี ซึ่งถือว่าตัวเลขยังสูงอยู่เมื่อเปรียบเทียบการสูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์ต่างๆ ขอโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องทุกท่านได้ตระหนักถึงการใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถจักรยานยนต์ ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนนมากที่สุด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) บูรณาการทุกหน่วยงานร่วมมือกันและถอดบทเรียนความสำเร็จจากการแก้ไขปัญหาโควิด-19 มาใช้ในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตราย รวมถึงแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019(COVID-19)”

อ่านรายละเอียด

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2) ลงพื้นที่ นราธิวาสเตรียมแผนรับมืออุทกภัย-ภัยแล้ง-ไฟป่าพรุ พร้อม กำชับ เร่งรัดเดินสำรวจออกโฉนดฯ

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2)  ลงพื้นที่ นราธิวาสเตรียมแผนรับมืออุทกภัย-ภัยแล้ง-ไฟป่าพรุ พร้อม กำชับ เร่งรัดเดินสำรวจออกโฉนดฯ และแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐทับซ้อนที่ดินประชาชน พร้อม ผลักดันการก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-มาเลย์เต็มพื้นที่   เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (11ก.ย.63) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามความพร้อม แผนบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ด้านอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า รวมถึงการติดตามการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินของราษฎร ในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดีทับซ้อนที่ดินของรัฐ ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมี นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลสุไหงปาดี เข้าร่วมประชุมและรายงานผลการปฏิบัติงาน โดย รมช.มท. ได้มอบนโยบายในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า ว่า “รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือป้องกันเผชิญเหตุ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งด้านหน่วยปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่ ทั้งในส่วนของด้านกำลังพล เครื่องจักรกล งานระบบสื่อสารเพื่อให้มีความพร้อมรองรับสถานการณ์อุทกภัย ภัยแล้ง ไฟป่าที่อาจเกิดขึ้น ตั้งแต่ให้มีการทบทวนและปรับปรุงแผนที่อุทกภัยของจังหวัดให้สอดคล้องกับอุทกภัยสถานการณ์ปัจจุบัน โดยหน่วยงานต่างๆต้องตรวจสอบและเตรียมความพร้อม วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องมือสื่อสาร เครื่องมือแจ้งเตือนภัย ให้มีความพร้อมใช้งาน และต้องมีการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย เส้นทางอพยพชั่วคราว ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตลอดจนการซักซ้อมความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ และประชาชน ถึงแนวทางปฏิบัติ เพื่อลดความสับสน รวมถึงเร่งทำการขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดวัชพืช สิ่งกีดขวางทางน้ำ ให้สามารถรองรับน้ำ และระบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดช่องทางแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบทางสื่อต่างๆ ทั้งของชุมชน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเตรียมความพร้อม จึงเป็นกลไกที่สำคัญ ที่จะทำให้การปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถลดความสูญเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ รวมถึงความสำคัญกับการแจ้งเตือนภัยอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และเข้าถึงประชาชนได้ตรงจุด การสร้างเครือข่ายประชาสังคม อาสาสมัคร กู้ภัยในพื้นที่ ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการ จัดการในภาวะฉุกเฉินตามแผนที่กำหนด รวมถึงการซักซ้อมแผนให้พร้อมดูแลประชาชน และสามารถบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ” ทั้งนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2) ยังได้ฝากในเรื่องของความปลอดภัยบนท้องถนน ว่า “ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้การเสียชีวิตบนท้องถนน มีจำนวนประมาณหมื่นกว่ารายแล้ว ฉะนั้นจึงถือเป็นภัยที่คุกคาม ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย ดังนั้นเรื่องการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ยังคงเป็นภารกิจที่ต้องขอความร่วมมือที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยความร่วมมือระหว่างท้องที่ และ ท้องถิ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยการดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวดตลอดทั้งปี และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ความสำคัญ กับการออกแบบการแก้ปัญหาจุดเสี่ยง จุดอันตราย ในถนนที่รับผิดชอบ ให้มีความปลอดภัย และกำหนดให้มีการประชุม ศปถ.จังหวัด ศปถ.อำเภอ และศปถ.อปท. เป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหมาดไทย (มท.2) ยังได้ติดตามในเรื่องโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโกลกในระยะที่ 1 ซึ่งก้าวหน้าไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้วส่วนระยะที่ 2 ก็จะดำเนินการต่อจากระยะที่ 1 ต่อไป และยังได้รับทราบความประสงค์ของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสในเรื่องแนวรั้วชายแดนกับด่านพรมแดน ที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ว่าความประสงค์ที่จะให้ดำเนินการต่อเนื่องไปถึงพื้นที่อำเภอตากใบ ซึ่งคิดว่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้น สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและแก้ไขปัญหาไฟป่าพรุนั้น ก็ทราบว่าทั้งชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีแผนงานที่ชัดเจน ในส่วนของเรื่องปัญหาที่ดิน การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นนโยบายของรัฐบาลในการที่จะมาดูแล แก้ปัญหาในเรื่องของการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีปัญหาทับซ้อนระหว่างที่ดินของรัฐ กับที่ดินของประชาชน วันนี้ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปกำหนดแนวเขตระหว่างที่ดินของรัฐไม่ว่าจะเป็นที่ดินป่าไม้ หรือป่าพรุ ที่ดินเขตห้ามล่าทั้งหลายทั้งปวง กับที่ดินของประชาชน ที่ดินใดมีข้อพิพาทอยู่แล้วและไม่ใช่ที่ดินของรัฐ ผมในฐานะที่ดูแลกรมที่ดิน ก็มีความประสงค์จะเร่งรัดที่จะออกเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชน อันนี้ก็ยังเดินหน้าต่อ เมื่อเราทราบแนวเขตแล้วก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาออกสำรวจรังวัด ออกเอกสารสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนของที่ดินของรัฐซึ่งประชาชนไม่สามารถพิสูจน์สิทธิ์ได้ว่าถือการครอบครองมาก่อน ก็จะต้องนำไปสู่กระบวนการที่นำไปสู่ คทช.ที่เรียกว่าเป็นกฎหมายที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลออกมาใหม่เป็นเครื่องมือในการดูแลจัดการเรื่องที่ดินทำอย่างไรจะให้พี่น้องประชาชนแม้จะไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาก่อนก็ถือว่าพี่น้องในชุมชนนั้น หรือว่าในนามองค์กรนั้นๆ เขาสามารถเข้าไปทำประโยชน์ได้ จะเป็นการเช่าก็ดีหรือจะเป็นตามข้อตกลงกัน แต่เขาจะไม่อยู่ในฐานะผู้บุกรุก นี่คือสิ่งที่แสดงความประสงค์ และให้มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาในเรื่องที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ถือว่ามาทั้งเรื่องอุทกภัยและมาทั้งเรื่องของที่ดินรวมถึงขอความกรุณาผวจ.นราธิวาสให้เข้ามาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งถือว่ามีสถิติการเสียชีวิตที่สูงอยู่ อยากจะเห็นทุกฝ่ายได้ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นกลไกของ ศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนระดับจังหวัดศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนอำเภอศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการที่จะดูแล เราประสบผลความสำเร็จในเรื่องของ covid-19 เพราะทุกฝ่ายบูรณาการกัน จึงอยากเห็นการบูรณาการแบบนี้ในทุกภารกิจของประเทศที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

อ่านรายละเอียด